|
การศึกษาพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้าน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | โรจนรินทร์ โกมลหิรัญ |
| Title | การศึกษาพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้าน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Contributor | วรียา วงศ์พานิช |
| Publisher | Mahidol University |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Mahidol R2R e-Journal |
| Journal Vol. | 13 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 164-173 |
| Keyword | ความคิดริเริ่ม, ค่านิยมองค์กร, มหาวิทยาลัยมหิดล |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/mur2r/ |
| Website title | Mahidol R2R e-Journal |
| ISSN | 23925515 |
| Abstract | บทนำ: ความคิดริเริ่ม (Originality) เป็นหนึ่งในค่านิยมองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นลักษณะที่พึงประสงค์อย่างหนึ่งของบุคลากรที่เป็นนักวิจัยของสถาบัน งานวิจัยนี้จัดทำเพื่อสำรวจระดับความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้านคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงหาความแตกต่างของพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้าน จำแนกตามข้อมูลพื้นฐาน และหาของสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลพื้นฐานกับพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความคิดริเริ่มนั้น วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากแพทย์ประจำบ้านที่กำลังศึกษาและทำวิจัยอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีทุกภาควิชาจำนวน 170 คน โดยใช้แบบสอบถามเชิงพฤติกรรมแบบมีโครงสร้าง แบบสอบถามที่ใช้ได้รับการออกแบบโดยศึกษาจากข้อมูลเกี่ยวกับค่านิยมองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผลการวิจัย: แบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมีจำนวน 170 ชุด คิดเป็นร้อยละ 82.52 แพทย์ประจำบ้านที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง [119 คน (70%)] มากกว่าเพศชาย [51 คน (30%)] ส่วนใหญ่มีอายุ 26-30 ปี [158 คน (92.94%)] อยู่ในภาควิชานำทางคลินิก [95 คน (55.88%)] และส่วนใหญ่กำลังศึกษาอยู่ในปีที่ 3-6 [60 คน (35.29%)] ระดับความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้านอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ระดับความคิดริเริ่มด้าน ‘การขับเคลื่อนไปสู่อนาคต’ มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด (3.18 ± 0.34) ส่วนองค์ประกอบย่อยที่มีคะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ‘การสร้างผลงานที่แตกต่างโดดเด่น’ (2.76 ± 0.46) ซึ่งอยู่ในองค์ประกอบหลักคือ ‘การสร้างนวัตกรรม’ เพศชายมีค่าเฉลี่ยองค์ประกอบหลักเรื่อง ‘ความกล้าไปสู่สิ่งที่ดีที่สุด’ มากกว่าเพศหญิง (3.2 ± 0.3 vs. 3.09 ± 0.25; p=0.021) ภาควิชานำทางคลินิกมีค่าเฉลี่ยระดับความคิดริเริ่มในองค์ประกอบของ ‘การสร้างวิธีการใหม่ ๆ’ มากกว่าภาควิชาสนับสนุนทางคลินิก (3.19 ± 0.39 vs. 3.05 ± 0.41; p=0.025) ความชอบการทำวิจัยหรือสร้างสิ่งประดิษฐ์มีความสัมพันธ์กับความคิดริเริ่มทุกองค์ประกอบอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) สรุปผลการวิจัย: ระดับความคิดริเริ่มของแพทย์ประจำบ้านอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนความคิดริเริ่มในด้านการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยให้ความสำคัญกับภาควิชาสนับสนุนทางคลินิกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สมรรถนะของบุคลากรในสถาบันทุกคนสอดคล้อง เชื่อมโยง และตอบสนองต่อค่านิยมองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล |