การศึกษารูปแบบกลุ่มผลงานวิจัยของงานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ
รหัสดีโอไอ
Creator 1. มาลินี รุ่งสว่าง
2. กัลยพัชร ภู่สาระ
3. ประทักษ์ โอประเสริฐสวัสดิ์
Title การศึกษารูปแบบกลุ่มผลงานวิจัยของงานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ
Publisher Mahidol University
Publication Year 2558
Journal Title Mahidol R2R e-Journal
Journal Vol. 2
Journal No. 2
Page no. 89-102
Keyword ผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ,รูปแบบงานวิจัย,คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี,International publication,Research design,Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
ISSN 23925515
Abstract ผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติถือว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญอันหนึ่ง ที่ใช้ในการอ้างอิงถึงความเป็นเลิศทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยจะถือเป็นการดีถ้าผลงานวิจัยนั้นก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงสุขภาพของประชาชนในวงกว้างจากองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากผลงานวิจัย แต่อย่างไรก็ตาม การได้ผลงานวิจัยนั้นเกิดจากอาจารย์ภายในคณะฯ ที่จะต้องดำเนินผลงานวิจัยให้เป็นไปตามเป้าหมายของคณะฯ ที่ได้ตั้งไว้ ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประเมินผลงานวิจัยของคณะฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติจากฐานข้อมูล Scopus โดยทำการศึกษาย้อนหลัง 3 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2555 2557 พบว่าคณะฯ มีอาจารย์ประมาณ 642 707 คน มีจำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติประมาณ 248 271 เรื่องต่อปี และคิดเป็นจำนวนผลงานวิจัยต่ออาจารย์ประมาณ 0.37 - 0.40 เรื่องต่อคนต่อปี ซึ่งยังน้อยกว่าเป้าหมายที่คณะฯ ตั้งไว้ที่ 0.50 เรื่องต่อคนต่อปี และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนอาจารย์ของคณะฯ ที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติพบว่ามีเพียงร้อยละ 25 ของอาจารย์ทั้งหมดของคณะฯ เท่านั้น ในส่วนของรูปแบบงานวิจัยพบว่าร้อยละของผลงานวิจัยเป็นดังนี้ เป็นงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและเชื่อมโยงทางคลินิก ร้อยละ 17.26 เป็นงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและระบาดวิทยาคลินิก ร้อยละ 34.40 และเป็นงานวิจัยด้านการดูแลรักษาทางคลินิก ร้อยละ 48.34 ตามลำดับ และเมื่อทำการจัดกลุ่มผลงานวิจัยตามลักษณะผู้ป่วย สาเหตุของโรค และระบบอวัยวะที่เกิดโรคพบว่าเป็นการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.58 โดยมีสาเหตุของโรคเป็นการติดเชื้อร้อยละ 15.86 เป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง ร้อยละ 14.32 และเป็นโรคที่เกิดขึ้นภายหลังที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เนื้องอกหรือมะเร็งและการบาดเจ็บ ร้อยละ 63.43 และระบบอวัยวะที่เกิดโรคที่พบได้แก่ โรคที่เกิดกับหลายอวัยวะพร้อมกันร้อยละ 24.81 ทางเดินปัสสาวะหรือการสืบพันธุ์ ร้อยละ 12.02 โรคเลือดธาลัสสีเมียหรือฮีโมฟิเลีย ร้อยละ 9.46 การหายใจ ร้อยละ 8.18 กระดูกและกล้ามเนื้อ ร้อยละ 6.1 สมอง ร้อยละ 6.39 ทางเดินอาหาร ร้อยละ 6.14 หัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 5.88 ต่อมไร้ท่อ ร้อยละ 5.50 เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้รับการอ้างอิงรวมถึงสามารถนำไปสร้างนโยบายสุขภาพได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยอาจารย์ที่มีศักยภาพสูงในการทำวิจัย และทำงานวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและเชื่อมโยงเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลงานวิจัยของคณะฯ จะเป็นด้านการดูแลรักษาทางคลินิกและด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและระบาดวิทยาคลินิกเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งงานวิจัยจะต้องมุ่งประเด็นที่อาจารย์ของคณะฯ มีความชำนาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน ได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ โรคเลือดธาลัสสีเมียและฮีโมฟิเลีย โรคของระบบต่อมไร้ท่อและมะเร็งก็จะทำให้คณะฯ สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้
Mahidol R2R e-Journal

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ