แนวทางการพัฒนาการบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2
รหัสดีโอไอ
Creator ชรินทร์ทิพย์ ธาดานิธิภิญโญ
Title แนวทางการพัฒนาการบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2
Contributor ธดา สิทธิ์ธาดา
Publisher Program in Political Science, Faculty of Humanities and Social Sciences, Surindra Rajabhat University
Publication Year 2567
Journal Title วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น
Journal Vol. 8
Journal No. 2
Page no. 153-168
Keyword การพัฒนา, การบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้, ผู้บริหารสถานศึกษา
URL Website https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jlgisrru
Website title วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น
ISSN ISSN 3027-8120 (Print), ISSN 2673-0405 (Online)
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพความคาดหวังการบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา และเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารองค์กร แห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 142 คน และครูผู้สอน จำนวน 142 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความต้องการจำเป็น (PNImodified) และวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 สภาพปัจจุบัน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการจัดระบบการบริหารองค์กร มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านกระบวนการกลุ่มส่วนสภาพความคาดหวัง ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านการจัดระบบการบริหารองค์กร มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการกระจายภาระงาน ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น 3 ลำดับแรก คือ ด้านการกระจายภาระงาน (PNImodified = 0.594) ด้านการวินิจฉัยสั่งการ (PNImodified = 0.428) และด้านการประสานงาน (PNImodified = 0.343) ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 พบว่า สิ่งที่ควรพัฒนามากที่สุด คือ ด้านการกระจายภาระงาน โดยใช้แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วม สอดคล้องตามความสามารถของบุคลากร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดภาระงานตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละกลุ่มงานทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงานบุคคล และฝ่ายบริหารทั่วไปใช้วิจารณญาณและการวิเคราะห์ศักยภาพและความสามารถในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ละคน เพื่อให้งานที่มอบหมายนั้นตรงกับความสามารถของผู้ที่ได้รับมอบหมาย รองลงมา คือด้านการวินิจฉัยสั่งการ โดยมอบหมายงานอย่างเป็นระบบ เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ใช้ข้อมูล และสารสนเทศที่ทันสมัยในการบริหารองค์กร และใช้หลักการ PDCA ในระบบงานของสถานศึกษาทั้ง 4 ฝ่าย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรที่ได้กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้านการประสานงาน โดยเน้นการสร้างเครือข่าย นำเทคโนโลยีมาช่วยเป็นการเชื่อมโยงของกลุ่มคนหรือกลุ่มองค์กร เพื่อทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร สร้างบุคลากรที่มีทักษะในการประสานงาน ใช้ระบบการสื่อสารที่ชัดเจน เข้าใจได้ง่าย จัดให้บุคลากรในองค์กรทำงานสัมพันธ์และสอดคล้องกัน เพื่อให้เป้าหมายขององค์กรบรรลุตามที่กำหนดไว้
สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ