|
แนวทางการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อจัดการความขัดแย้งภายในองค์กรของผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สายสุนีย์ เมฆอรุณ |
| Title | แนวทางการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อจัดการความขัดแย้งภายในองค์กรของผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออก |
| Contributor | เกษมพันธุ์ ชนะทัพ, กาญจนา ธาราพรรค์ |
| Publisher | คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม |
| Journal Vol. | 3 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 82-99 |
| Keyword | กลยุทธ์จัดการ, ความขัดแย้ง, อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/iba/issue/view/16908 |
| Website title | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/iba/issue/view/16908 |
| ISSN | 2697-3715 |
| Abstract | "การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อจัดการความขัดแย้งภายในองค์กรของผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออก และเพื่อศึกษาความแตกต่างของทางการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อจัดการความขัดแย้งภายในองค์กรของผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออกจำแนกตามโครงสร้างและลักษณะการดำเนินงานของธุรกิจ กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารองค์กรในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออก 100 ราย สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความระดับความสำคัญการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อจัดการความขัดแย้งภายในองค์กรของผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ผู้บริหารองค์กรในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเขตภาคตะวันออกให้ระดับความสำคัญในด้านการร่วมมือ ด้านการประนีประนอม ด้านการยอมรับ อยู่ในระดับมาก และด้านการเอาชนะและด้านการหลีกเลี่ยง อยู่ในระดับปานกลาง ผลการเปรียบเทียบความแตกต่าง จำแนกตามสถานภาพทั่วไปส่วนบุคคล พบว่า สถานภาพ ระยะเวลาในการทำงาน ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งงาน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เปรียบเทียบความแตกต่าง จำแนกตามลักษณะการดำเนินงานของธุรกิจ พบว่า สถานที่ตั้งกิจการ สัญชาติของกิจการ ระยะเวลาดำเนินกิจการ และบุคลากรของกิจการส่วนใหญ่ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนด้านจำนวนบุคลากรและผู้บริหารส่วนใหญ่ของกิจการ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05" |