การสำรวจแหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน และประเมินศักยภาพด้านคุณภาพน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาในหน้าแล้ง
รหัสดีโอไอ
Creator สิตางศุ์ พิลัยหล้า
Title การสำรวจแหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน และประเมินศักยภาพด้านคุณภาพน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาในหน้าแล้ง
Contributor อภิโชติ อุฬารตินนท์
Publisher คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
Publication Year 2562
Journal Title วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม
Journal Vol. 15
Journal No. 1
Page no. 62-83
Keyword แม่น้ำเจ้าพระยา, แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน, คุณภาพน้ำ, น้ำเสียชุมชน, ค่าความสกปรกอินทรีย์
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/download/170346/137429
Website title https;//www.tci-thaijo.org
ISSN 19065485
Abstract แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักที่เป็นทั้งแหล่งน้ำดิบและรองรับของเสีย การศึกษานี้ประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ สำรวจแหล่งกำเนิดสารปนเปื้อนในหน้าแล้งโดยใช้โดรนและเก็บน้ำตัวอย่างไปวิเคราะห์คุณภาพ และประเมินความสามารถในการรองรับความสกปรกอินทรีย์โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ MIKE 11 ครอบคลุมตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ. ชัยนาท ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า จ. สมุทรปราการ ระยะทาง 270 กม. พบว่า แหล่งกำเนิดมลพิษสารอินทรีย์ที่สำคัญ ได้แก่ ร้านอาหารริมแม่น้ำ วัด สถานที่ราชการ และคลองในกรุงเทพมหานคร โดยชุมชนเป็นแหล่งผลิตของเสียมากที่สุด ประมาณ 292,473 กก. BOD ต่อวัน และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง (กม. 216 ถึง กม. 270) ซึ่งเป็นช่วงที่มีชุมชนหนาแน่นที่สุด มีคุณภาพน้ำแย่ที่สุด มีค่าบีโอดี 3.12 ถึง 6.83 มก.ต่อลิตร ในการประเมินความสามารถในการรองรับความสกปรกอินทรีย์ 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 สถานการณ์ปัจจุบัน และอนาคต คาดว่าค่าบีโอดีในน้ำตั้งแต่ กม. 200 จะต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน กรณีที่ 2 ประเมินค่าความสกปรกที่แม่น้ำรับได้ในปัจจุบัน พบว่าความสามารถของแม่น้ำในช่วงที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานคร มีค่าต่ำสุดคือรองรับค่าบีโอดีสูงสุดที่ 15 มก./ลิตร และ กรณีที่ 3 ประเมินค่าความสกปรกที่แม่น้ำรับได้ โดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นพบว่าต้องควบคุมการปล่อยของเสียของทุกจังหวัดที่แม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งกรุงเทพมหานครปล่อยได้ไม่เกิน 4 มก.ต่อลิตร
วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ