การศึกษาผลของการประเมินคุณภาพแนวทางการซ้อมแผนการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำ สถาบันบำราศนราดูร โดยใช้แนวคิด AGREE II
รหัสดีโอไอ
Creator ปิยะวดี สุมาลัย
Title การศึกษาผลของการประเมินคุณภาพแนวทางการซ้อมแผนการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำ สถาบันบำราศนราดูร โดยใช้แนวคิด AGREE II
Contributor กษมา มาตรศรี, ภณศา วงศาศิริภัทร
Publisher สถาบันบำราศนราดูร
Publication Year 2569
Journal Title วารสารสถาบันบำราศนราดูร
Journal Vol. 20
Journal No. 2
Page no. 89-98
Keyword AGREE II, การซ้อมแผน, โรคติดต่ออันตราย, Emergency Drill, High-Risk Infectious Disease
URL Website https://www.tci-thaijo.org
Website title thaijo
ISSN E-ISSN 2673-0375
Abstract การซ้อมแผนการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาล อย่างไรก็ตาม การประเมินคุณภาพของแนวทางปฏิบัติที่ใช้ในการซ้อมแผนด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากลยังมีการศึกษาจำกัด วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการประเมินคุณภาพแนวทางการซ้อมแผน การดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ สถาบันบำราศนราดูร และพัฒนาแนวทางปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของสถาบันบำราศนราดูร วิธีการศึกษา การวิจัยเชิงพรรณนาในกลุ่มตัวอย่างบุคลากรทางการแพทย์สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 90 คน ซึ่งเลือกแบบเจาะจงจากผู้เข้าร่วมซ้อมแผนปี 2568 ครบทุกขั้นตอน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบประเมิน AGREE II (6 ด้าน 20 ข้อ) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพของแนวทางปฏิบัติในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยสูง (X = 12.89, จากคะแนนเต็ม 15 คะแนน) ด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือ ขอบเขตและวัตถุประสงค์ ส่วนด้านที่ได้ค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ความเป็นอิสระของคณะทำงาน ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์พบว่า การประเมินคุณภาพตามแนวคิด AGREE II มีความสอดคล้องภายในสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และระยะเวลาการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษานี้แสดงให้เห็นแนวทางการซ้อมแผนดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำ ควรให้ความสำคัญกับ ความเป็นอิสระของคณะทำงานเนื่องจากด้านนี้ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด หน่วยงานหรือผู้จัดทำแนวทางปฏิบัติควรเพิ่มความโปร่งใสของคณะทำงานอย่างชัดเจน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลจากภายนอกไม่มีอิทธิพลต่อเนื้อหาในแนวทางปฏิบัติ และพบว่าระยะเวลาการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วย ควรพิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่มีระยะเวลาการทำงานและประสบการณ์สูงเข้ามาเป็นแกนหลักในทีมพัฒนาแนวทางปฏิบัติ หรือจัดระบบพี่เลี้ยงเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้มีประสบการณ์สูงไปยังบุคลากรรุ่นใหม่
สถาบันบำราศนราดูร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ