การพัฒนาและประเมินผลระบบการป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างแบบบูรณาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ: การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
รหัสดีโอไอ
Creator ทรงเดช ประเสริฐศรี
Title การพัฒนาและประเมินผลระบบการป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างแบบบูรณาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ: การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
Contributor ศิริญญา พิมพ์วิชัย, มนพร ชาติชำนิ, นภัสกรณ์ วิทูรเมธา
Publisher สถาบันบำราศนราดูร
Publication Year 2569
Journal Title วารสารสถาบันบำราศนราดูร
Journal Vol. 20
Journal No. 2
Page no. 110-121
Keyword การติดเชื้อในโรงพยาบาล, การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง, ปอดอักเสบ, มะเร็งศีรษะและคอ, การเฝ้าระวังการติดเชื้อ, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, Healthcare-associated infections, Lower respiratory tract infection, Pneumonia, Head and neck cancer, Infection surveillance, Action research
URL Website https://www.tci-thaijo.org
Website title thaijo
ISSN E-ISSN 2673-0375
Abstract การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง (LRTI) เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ การวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับการประเมินกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มไม่สุ่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมิน “ระบบการป้องกัน LRTI แบบบูรณาการ” ในหอผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี ดำเนินการเดือนมกราคม–ธันวาคม พ.ศ. 2566 กลุ่มควบคุมคือผู้ป่วย 30 รายแรกที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ และกลุ่มทดลองคือผู้ป่วย 30 รายถัดมาที่ได้รับระบบใหม่ เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างกลุ่ม กระบวนการมี 4 ระยะ: (1) วิเคราะห์สถานการณ์จาก ICN, ICWN และหัวหน้าหอผู้ป่วย 11 รายร่วมกับทบทวนวรรณกรรม (2) พัฒนาระบบเฝ้าระวังออนไลน์ (3) ใช้ชุดการพยาบาลที่ครอบคลุมการประเมินการสำลัก การกลืน สุขภาพช่องปาก และความเสี่ยงปอดอักเสบ ร่วมกับการดูแลช่องปาก ฝึกกลืน จัดท่า ติดตามอาการ และส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ และ (4) ประเมิน LRTI/ปอดอักเสบ วันนอน ประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา independent t-test หรือ Mann–Whitney U test และ Fisher’s exact test ตามลักษณะข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ระบบเฝ้าระวังออนไลน์มีคะแนนความครบถ้วนและความทันเวลาสูงกว่าระบบเดิม (97.61 ± 10.77 เทียบกับ 90.47 ± 19.87, p = .044) กลุ่มทดลองเกิด LRTI/ปอดอักเสบ 1 ราย (3.3%) เทียบกับกลุ่มควบคุม 7 ราย (23.3%); ความแตกต่างยังไม่ถึงนัยสำคัญทางสถิติ (p = .052) แต่กลุ่มทดลองมีวันนอนเฉลี่ยสั้นกว่า (11.70 ± 2.10 เทียบกับ 14.36 ± 3.16 วัน, p = .001) และมีคะแนนพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวมสูงกว่า (177.9 1± 7.25 เทียบกับ 142.39 ± 10.91, p < .001) โดยด้านโภชนาการไม่แตกต่าง (p = .290)ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าระบบที่บูรณาการการเฝ้าระวังเชิงรุก ชุดการพยาบาลเฉพาะความเสี่ยง และการเสริมพลังผู้ป่วย ช่วยลดวันนอนและยกระดับพฤติกรรมสุขภาพ จึงอาจใช้เป็นต้นแบบการพยาบาลในบริบทที่ใกล้เคียงได้
สถาบันบำราศนราดูร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ