รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการสุขภาพโรคเรื้อรัง: กรณีศึกษาการพัฒนารูปแบบการดูแลโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็งในชุมชนตำบลหัวป่า
รหัสดีโอไอ
Creator สุนันทา เอมน้อย
Title รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการสุขภาพโรคเรื้อรัง: กรณีศึกษาการพัฒนารูปแบบการดูแลโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็งในชุมชนตำบลหัวป่า
Contributor จุฑามาศ กันนุช, มนพร ชาติชำนิ, ดวงนภา บุญส่ง, วนิดา โคตะคาม, ระวินันธ์ ธัชศิรินิรัชกุล, อนันตศักดิ์ วงศ์กำแหง, สุภางค์พิมพ์ รัตตสัมพันธ์
Publisher สถาบันบำราศนราดูร
Publication Year 2568
Journal Title วารสารสถาบันบำราศนราดูร
Journal Vol. 19
Journal No. 3
Page no. 184-196
Keyword การมีส่วนร่วมของชุมชน, การคัดกรองโรคเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคมะเร็ง, อาสาสมัครสาธารณสุข
URL Website https://www.tci-thaijo.org/
Website title thaijo
ISSN E-ISSN 2673-0375
Abstract โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็ง (เต้านม ปากมดลูก และลำไส้ใหญ่) เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ การจัดการสุขภาพโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัย “การมีส่วนร่วมของชุมชน” ตามแนวคิด Chronic Care Model (CCM) ที่เน้นความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็งในตำบลหัวป่า จังหวัดสิงห์บุรี โดยใช้ระเบียบวิธีแบบผสานวิธี (mixed-methods) ภายใต้กรอบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมตามวงจร PAOR: Planning–Action–Observation–Reflection กลุ่มเป้าหมายคือประชาชน 700 รายในตำบลหัวป่า เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพและผลคัดกรองโรคเรื้อรัง และข้อมูลเชิงคุณภาพเก็บจากการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 4 หมู่บ้าน จำนวน 15 ราย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบไคสแควร์ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนามีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) การประสานงานของภาคีสุขภาพในระดับตำบล ผ่านเวทีร่วมวางแผนและทบทวนผล (2) การเสริมพลังประชาชน โดยเน้นความรู้ ทักษะการดูแลตนเอง และกิจกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส. และ (3) ระบบติดตามสุขภาพด้วยเทคโนโลยี Smart อสม. เพื่อสนับสนุนข้อมูลและการติดตามกลุ่มเสี่ยง ภายหลังดำเนินการอัตราการคัดกรองความดันโลหิตสูงเพิ่มจาก 70.3% เป็น 77.2% และเบาหวานเพิ่มจาก 70.1% เป็น 80.9% (p<0.05) ผู้ที่มีพฤติกรรมสุขภาพเหมาะสมมีโอกาสพบผลคัดกรองปกติสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลเชิงคุณภาพชี้ว่า การมีส่วนร่วมของภาคีในพื้นที่ช่วยเสริม “ความรับผิดชอบร่วมของชุมชน” และทำให้ระบบบริการเชิงรุกมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการศึกษาสรุปว่า รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการคัดกรอง ลดพฤติกรรมเสี่ยง และเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ข้อเสนอแนะคือควรพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขต่อเนื่อง ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนข้อมูล และบูรณาการรูปแบบนี้สู่แผนนโยบายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างความยั่งยืนและขยายผลสู่พื้นที่อื่น
สถาบันบำราศนราดูร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ