|
การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้คู่มือสำหรับเยาวชนเรื่องความรู้เกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ประเวช ชุ่มเกษรกูลกิจ |
| Title | การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้คู่มือสำหรับเยาวชนเรื่องความรู้เกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
| Contributor | จักรกฤษณ์ พลราชม |
| Publisher | สถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 14 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 33-44 |
| Keyword | คู่มือเยาวชน, เอชไอวี, เอดส์, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, วิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การใช้คู่มือสำหรับเยาวชนเรื่องความรู้เกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของเยาวชนไทย ในรูปแบบหนังสือขนาด 8.5 x 14.5 ซ.ม. พิมพ์ 4 สี หนา 64 หน้า มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำนวน 12 ประเด็นของสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้ทำการสัมภาษณ์เยาวชนผู้ใช้คู่มือฯ ในช่วงเดือนธันวาคม 2562 - มกราคม 2563 ด้วยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง กำหนดประเด็นสำคัญในการสัมภาษณ์ 5 ประเด็น ตามมิติประสบการณ์ของผู้ใช้ 5 มิติ คือ 1) บทบาท 2) อารมณ์ 3) การรับรู้ 4) เจตคติ และ 5) พฤติกรรม ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยครั้งนี้เป็นเยาวชนไทยอายุ 18 - 22 ปี จำนวน 20 คน เป็นชาย 9 คน และหญิง 11 คน ใช้หลักการเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่ตรงตามวัตถุประสงค์การวิจัย และกำหนดขนาดผู้ให้ข้อมูลสำคัญด้วยการคำนึงถึงความอิ่มตัวของข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า ประสบการณ์ของผู้ใช้สามารถแบ่งออกได้เป็นประสบการณ์ทั้งทางบวกและทางลบ โดยผู้ใช้มีประสบการณ์ในทางบวกมากกว่าทางลบ ซึ่งมิติที่ส่งผลต่อประสบการณ์ทางบวกในการใช้คู่มือฯเป็นอย่างมาก คือ มิติทางด้านอารมณ์และการรับรู้ โดยด้านอารมณ์ พบว่ามีความเพลิดเพลินในการอ่าน แต่ภาพประกอบโรคทำให้กลัว ส่วนการรับรู้ คิดว่าการมีคู่มือเป็นเรื่องที่ดี เป็นสื่อที่ให้ความรู้ และช่วยแก้ไขความเข้าใจเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และพฤติกรรมทางเพศได้อย่างถูกต้อง ผลการศึกษาที่ได้รับครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบสื่อที่ตรงกับความต้องการ และทำให้เกิดประสบการณ์ทางบวกกับผู้ใช้ไปพร้อมกัน เพื่อทำให้การสื่อสารเรื่องเอชไอวี/เอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |