สถานการณ์เชื้อ Klebsiella pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenemในโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560
รหัสดีโอไอ
Creator วิภา น้อยท่าช้าง
Title สถานการณ์เชื้อ Klebsiella pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenemในโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560
Contributor วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล, รัตนา ลาวัง
Publisher สถาบันบำราศนราดูร
Publication Year 2563
Journal Title วารสารสถาบันบำราศนราดูร
Journal Vol. 14
Journal No. 1
Page no. 1-9
Keyword Klebsiella pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem, เอนไซม์ Carbapenemase, ยีนดื้อยาโคลิสติน เอ็มซีอาร์-วัน
URL Website https://www.tci-thaijo.org/
Website title thaijo
ISSN E-ISSN 2673-0375
Abstract เชื้อ Klebsiella pneumoniae (K. pneumoniae) ดื้อยากลุ่ม Carbapenem สาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาย้อนหลัง เพื่อต้องการศึกษาสถานการณ์เชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem ของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ระหว่างปี พ.ศ. 2558 - 2560 พบเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem จำนวน 114 ไอโชเลต (ร้อยละ 8.2) จากเชื้อ K. pneumoniae จำนวน 1,393 ไอโชเลต เชื้อส่วนใหญ่แยกได้จากสิ่งส่งตรวจปัสสาวะร้อยละ 41.2 และจากหอผู้ป่วยอายุรกรรมร้อยละ 58.8 โดยเชื้อส่วนใหญ่ดื้อยาทั้ง 4 ชนิดของยากลุ่ม Carbapenem (ertapenem, imipenem, meropenem, and doripenem) ร้อยละ 95.6 พบว่า มีค่า Minimum Inhibitory Concentration (MIC) levels สูง โดยมีค่า MIC50 และ MIC90 ต่อยา ertapenem, doripenem เท่ากันคือ ? 8mg/L และยา imipenem, meropenem เท่ากันคือ ? 16 mg/L ตามลำดับ โดยเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem ให้ผลไวต่อยากลุ่ม fluoroquinolones ประมาณร้อยละ 20 มีค่า MIC90 สูงต่อยา ciprofloxacin และ levofloxacin คือ ? 4 mg/L และ ? 8 mg/L ตามลำดับ มีเพียงยา amikacin ที่ยังออกฤทธิ์ได้ดีในเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem พบเชื้อไวต่อยาร้อยละ 87.8 โดยมีค่า MIC50 และ MIC90 คือ ? 2 mg/L และ ? 64 mg/L ตามลำดับ ในการสุ่มเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem จำนวน 41 ไอโชเลต พบเชื้อมียีนควบคุมการสร้างเอนไซม์ Carbapenemase จำนวน 39 ไอโชเลต (ร้อยละ 95.1) และเชื้อทุกตัวพบยีนชนิด New Delhi Metalo-?-lactamase (NDM) นอกจากนี้ยังพบเอนไซม์ชนิด OXA-48 like และยีนดื้อยาโคลิสติน เอ็มซีอาร์-วัน ร่วมด้วยจำนวน 2 และ 1 ไอโชเลต ตามลำดับ จากผลการวิจัยนี้พบเชื้อสร้างเอนไซม์ดื้อยาชนิด NDM เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเชื้อสามารถส่งต่อยีนดื้อยาไปยังเชื้ออื่นได้ง่าย ดังนั้นการตรวจติดตามตรวจหายีนควบคุมการสร้างเอนไซม์ Carbapenemase และยีนดื้อยาโคลิสติน เอ็มซีอาร์-วัน ในเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยากลุ่ม Carbapenem ที่แยกได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อนำไปสู่การวางนโยบายมาตรการในการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการควบคุมป้องกันการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลต่อไป
สถาบันบำราศนราดูร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ