ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ผลิตโดยเอนไซม์ไคติเนสที่สกัดจากต้นอ่อนก้ามปู
รหัสดีโอไอ
Creator มานะ ขาวเมฆ
Title ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ผลิตโดยเอนไซม์ไคติเนสที่สกัดจากต้นอ่อนก้ามปู
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Publication Year 2564
Journal Title Journal of Applied Research on Science and Technology (JARST)
Journal Vol. 20
Journal No. 2
Page no. 114-123
Keyword ไคติเนส, ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์, ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ, ต้นอ่อนก้ามปู
URL Website https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rmutt-journal/index
Website title https://www.tci-thaijo.org
ISSN 2773-9376
Abstract งานวิจัยนี้ศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของไคโตโอลิโกแซคคาไรด์จากต้นอ่อนก้ามปูอายุ 2 สัปดาห์ โดยอาศัยการทำงานของเอนไซม์ไคติเนส และสกัดด้วย 0.1 โมลาร์ อะซิเตตบัฟเฟอร์ ที่พีเอช 3.5 พบว่า ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ที่สกัดได้จากการย่อย 1 เปอร์เซ็นต์ ไคตินในรูปคอลลอยด์ ใน 0.1 โมลาร์ อะซิเตตบัฟเฟอร์ ที่พีเอช 3.5 โดยการย่อยของเอนไซม์ไคติเนสที่สกัดได้จากต้นอ่อนก้ามปูอายุ 2 สัปดาห์ ที่ใช้เวลาย่อย 0.5 ชั่วโมง จะมีเอนอะซิติลกลูโคซามีน (GlcNAc)1 และไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ขนาด 2-6 โมเลกุล ได้แก่ (GlcNAc)2, (GlcNAc)3, (GlcNAc)4, (GlcNAc)5 และ (GlcNAc)6 แต่เมื่อเพิ่มเวลาบ่มเป็น 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมง จะมีโมเลกุลขนาดเล็กของ (GlcNAc)1, (GlcNAc)2 และ (GlcNAc)3 เพิ่มขึ้น ในขณะที่โมเลกุลขนาดใหญ่ของ (GlcNAc)4, (GlcNAc)5 และ (GlcNAc)6 ลดต่ำลง เนื่องจากโมเลกุลขนาดใหญ่ของ (GlcNAc)4 จะเปลี่ยนไปเป็น (GlcNAc)2 จำนวน 2 โมเลกุล และ (GlcNAc)1 กับ (GlcNAc)3 อย่างละ 1 โมเลกุล ส่วน (GlcNAc)5 จะถูกเปลี่ยนไปเป็น (GlcNAc)2 กับ (GlcNAc)3 และ (GlcNAc)1 กับ (GlcNAc)4 อย่างละ 1 โมเลกุล และ (GlcNAc)6) จะถูกเปลี่ยนไปเป็น (GlcNAc)3 กับ (GlcNAc)3 และ (GlcNAc)2 กับ (GlcNAc)4 และ (GlcNAc)1 กับ (GlcNAc)5 อย่างละ 1 โมเลกุล เป็นต้น เมื่อนำไปทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระพบว่า ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ที่ได้จากการใช้เวลาย่อยทุกช่วงเวลา ดังกล่าวข้างต้นจะมีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารมาตรฐานบิวทิลไฮดรอกซิโทลูอีน (BHT) โดยมีค่า EC50 ของไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ในช่วงการบ่มที่ 0.5 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมงเท่ากับ 1.01±0.1, 1.07±0.1, 1.12±0.1 และ 1.18±0.1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่า EC50 จากสารมาตรฐาน BHT ที่มีค่าเท่ากับ 1.34 ±0.1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่จากการใช้ระยะเวลาบ่มน้อยลง (0.5 ชั่วโมง) จะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้กว่าไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจากการใช้ระยะเวลาบ่มมากกว่า (1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมง)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ