|
แนวทางการใช้เกณฑ์การประเมินแสงธรรมชาติที่มีผลต่อนาฬิกาชีวิตในประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จิณห์วรา อรัณย์ชนายุธ |
| Title | แนวทางการใช้เกณฑ์การประเมินแสงธรรมชาติที่มีผลต่อนาฬิกาชีวิตในประเทศไทย |
| Contributor | อวิรุทธ์ ศรีสุธาพรรณ |
| Publisher | Thammasat University |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | Journal of Architectural/Planning Research and Studies |
| Journal Vol. | 18 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 115-130 |
| Keyword | รังสีดวงอาทิตย์, แสงธรรมชาติ, นาฬิกาชีวิต |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/jars/index |
| Website title | ThaiJO |
| ISSN | 1905-2022 |
| Abstract | ทางการออกแบบและเกณฑ์ในการประเมินเรื่องแสงที่มีผลต่อนาฬิกาชีวิต (Circadian Lighting) ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่มีการศึกษาและพัฒนามาจากต่างประเทศ ซึ่งยังไม่ได้มีการศึกษาถึงความสอดคล้องและเหมาะสมในการนําามาประยุกต์ใช้งานในประเทศไทย ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการใช้เกณฑ์การออกแบบแสงธรรมชาติที่มีผลต่อนาฬิกาชีวิตในสภาพแสงอาทิตย์ของประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้ออกแบบเกิดความเข้าใจในการใช้เกณฑ์มากขึ้น เห็นถึงผลการประเมินจากการใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน และ เป็นแนวทางในการนําาไปใช้ในงานออกแบบต่อไป โดยใช้แบบจําาลองที่มีอัตราส่วน 1:1 1:2 และ 2:1 ภายใต้ท้องฟ้าครึ้มและท้องฟ้าโปร่งด้วยโปรแกรม DIALux evo เพื่อนําาไปคําานวณปริมาณ CS และ EML ผลการศึกษาพบว่า ในการใช้แสงธรรมชาติเพื่อทําาให้เกิดสภาพแวดล้อมที่มีความเหมาะสมกับนาฬิกาชีวิตนั้นจะต้องทําาให้ความส่องสว่างในแนวราบมีค่าสูงกว่าค่าความส่องสว่างเฉลี่ยที่ใช้งานโดยทั่วไป จึงจะสามารถผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําาได้ คือ เกณฑ์การประเมิน CS (Circadian Stimulus) ต้องทําาให้มีความส่องสว่างเฉลี่ยในแนวราบอย่างน้อย 935 ลักซ์ ในช่วงเวลา 8:00 น. - 12:00 น. เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณ CS อย่างน้อย 0.3 และ 394 ลักซ์ ในช่วงเวลา 17:00 น. เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณ CS อย่างน้อย 0.2 และสําาหรับเกณฑ์การประเมิน EML (Equivalent Melanopic Lux) จะต้องทําาให้มีความส่องสว่างเฉลี่ยในแนวราบอย่างน้อย 772 และ 1197 ลักซ์ ตลอดทั้งวัน เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณ EML อย่างน้อย 150 EML สําาหรับการทําาคะแนน 1 คะแนน และ 240 EML สําาหรับการทําาคะแนน 3 คะแนน ตามลําาดับ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นค่าที่ค่อนข้างสูงจนอาจทําาให้เกิดความไม่สบายตาจากแสงจ้าได้ รวมถึงผลที่เกิดขึ้นในเรื่องการใช้พลังงานของระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สําาหรับแนวทางการใช้แสงธรรมชาติในประเทศไทย มีปริมาณแสงที่เพียงพอต่อการใช้งานให้เกิดความเหมาะสมกับนาฬิกาชีวิตได้ในระยะ 1.5 - 3.0 ม. จากริมช่องเปิด สําาหรับเกณฑ์การประเมิน CS ระยะ 1.0 2.0 ม. จากริมช่องเปิด สําาหรับเกณฑ์การประเมิน EML ที่ทําาคะแนน 1 คะแนน และระยะ 0.5 1.0 ม. จากริมช่องเปิด สําาหรับเกณฑ์การประเมิน EML ที่ทําาคะแนน 3 คะแนน ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องได้ อย่างไรก็ดี การใช้วิธีการกําาหนดทิศทางการนั่งโดยการหันหน้าเข้าหาช่องเปิดจะสามารถช่วยให้ผู้ใช้อาคารส่วนหนึ่งที่นั่งอยู่ในส่วนลึกของอาคารสามารถได้รับแสงธรรมชาติที่มีความเหมาะสมกับนาฬิกาชีวิตได้ จะเห็นได้ว่าจากความแตกต่างของวิธีการและเกณฑ์ประเมินผลของเกณฑ์ CS และ EML ส่งผลให้การเลือกใช้เกณฑ์ในการประเมินมีผลต่อขอบเขตพื้นที่ที่สามารถใช้แสงธรรมชาติได้ นําาไปสู่การจัดพื้นที่ใช้งานภายในอาคารที่แตกต่างกันด้วย อย่างไรก็ดีในการประเมินของเกณฑ์ทั้ง 2 มีการกําาหนดให้ทุกพื้นที่ต้องมีปริมาณแสงขั้นต่ําาตามที่กําาหนดจึงจะทําาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งการใช้แสงประดิษฐ์ร่วมด้วยจะทําาให้มีพื้นที่ที่ผ่านเกณฑ์ และ เกิดความเหมาะสมกับนาฬิกาชีวิตได้มากขึ้น |