|
ศักยภาพกิจการเพื่อสังคม ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ตะโพน นิ่มแสวง |
| Title | ศักยภาพกิจการเพื่อสังคม ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม |
| Contributor | สิงห์ อินทรชูโต |
| Publisher | Thammasat University |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Journal of Architectural/Planning Research and Studies |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 79-90 |
| Keyword | นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม, กิจการเพื่อสังคม, กิจการเพื่อสังคมด้านสถาปัตยกรรม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/jars/index |
| Website title | ThaiJO |
| ISSN | 1905-2022 |
| Abstract | นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ประสบความสําาเร็จมีแนวโน้มที่จะเกิดมาจากการประกอบกิจการเพื่อสังคมสูงมาก ข้อสังเกตนี้อาจส่งผลต่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ผ่านวิธีการที่ใช้มิติทางสังคมเป็นศูนย์กลางเพื่อจัดการกับปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ จากประเด็นนี้จึงทําาให้เกิดข้อสงสัยว่าในแวดวงสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างนั้น องค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคมอาจสามารถเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาความสามารถขององค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคมในการพัฒนานวัตกรรม งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพเสริมด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อสําารวจผลงานทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ และเป็นที่ยอมรับกันว่ามีผลงานที่ถือเป็นนวัตกรรม เพื่อวิเคราะห์ว่าจะมีองค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคมที่เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาผลงานทางสถาปัตยกรรมจนได้รับรางวัล (ซึงเป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่ามีผลงานที่เป็นนวัตกรรม) มากน้อยหรือไม่ เพียงใด จากการนําาองค์กรที่ได้รับรางวัลมาจําาแนกประเภท แบ่งออกเป็น 1) กิจการเพื่อสังคม 2) ธุรกิจทั่วไป และ 3) องค์กรการกุศล จากการศึกษาพบว่าองค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคมนั้นมีความสามารถที่จะนําาไปสู่การพัฒนานวัตกรรมได้มากกว่าองค์กรประเภทธุรกิจทั่วไป และองค์กรการกุศล โดยเฉพาะข้อพิสูจน์จากรางวัลทางสถาปัตยกรรม โฮลซิม อวอร์ด องค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคมนั้นมีความสามารถผ่านเข้ารอบการคัดเลือกลึก ๆ ไปจนถึงความสามารถในการเอาชนะรางวัลระดับโลกประเภทเหรียญทองได้ทั้ง 5 รางวัล (ร้อยละ 100) จากการเริ่มต้นมีผลงานที่ส่งเข้าประกวดรอบแรกทั้งหมดเพียง 65 ผลงาน (ร้อยละ 30.23) จากทั้งหมด 215 ผลงาน ซึ่งผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมขององค์กรประเภทกิจการเพื่อสังคม |