พุทธศาสนสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
รหัสดีโอไอ
Creator 1. อิสรชัย บูรณะอรรจน์
2. เกรียงไกร เกิดศิริ
Title พุทธศาสนสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
Publisher G.B.P. Center Co.,Ltd.
Publication Year 2554
Journal Title Journal of Architectural/Planning Research and Studies
Journal Vol. 11
Journal No. 1
Page no. 1-19
Keyword พุทธศาสนสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น,สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น,ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา,ภาคใต้
ISSN 1905-2022
Abstract พัฒนาการด้านประวัติศาสตร์พื้นที่คาบสมุทรภาคใต้ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา และ จ.พัทลุง) มีหลักฐานมาตั้งแต่หลังพุทธศตวรรษที่ 5 และมีบทบาทมากขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13 ในฐานะเมืองท่าของศรีวิชัย นอกจากนี้ ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 มีหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์กับราชสำนักจีนราชวงศ์ซ้อง ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 17-18 เมืองนครศรีธรรมราชมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางของตามพรลิงค์ และในราวพุทธศตวรรษที่ 20 เมืองต่าง ๆ ในคาบสมุทรภาคใต้ตกอยู่ภายใต้อำนาจราชสำนักอยุธยาจวบจนรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ด้านการเมืองการปกครอง และการพระพุทธศาสนา ซึ่งชุมชนที่ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางเหล่านี้ ล้วนแต่มีฐานทางเศรษฐกิจอยู่กับการทำนา โดยตั้งถิ่นฐานร่วมกันในกลุ่มเครือญาติเป็นชุมชน เพราะการทำนาเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้แรงงานในการผลิตจำนวนมาก และขยายตัวเป็นชุมชนขนาดใหญ่ซึ่งย่อมทำให้มีการสร้างและทำนุบำรุงวัดต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน สำหรับองค์ประกอบของผังบริเวณ และพุทธศาสนสถาปัตยกรรมในพื้นที่ศึกษา พบว่า มีองค์ประกอบและรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกับศูนย์กลางที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ดังที่มีการรับผ่านอิทธิพลและการติดต่อสัมพันธ์ทางการเมืองและศาสนาอย่างแน่นแฟ้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากคาบสมุทรภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีการปะทะสังสรรค์กับกลุ่มวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่อยู่รายรอบ ส่งผลให้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แม้ว่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากราชธานีส่วนกลาง ทว่าก็มีการคลี่คลายและมีวิวัฒนาการของตนเองอย่างน่าสนใจ จากการศึกษาพบว่า องค์ประกอบของผังบริเวณของวัดในพื้นที่ศึกษาจะมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับวัดในภาคกลาง อาทิ "อุโบสถ" "เจดีย์ประธาน" ซึ่งพบที่วัดเก่าแก่ แต่วัดที่มีอายุไม่เก่าแก่นัก หรือวัดขนาดเล็กจะไม่นิยมสร้างเจดีย์เป็นประธาน แต่มีความนิยมสร้าง "บัว" ซึ่งหมายถึงเจดีย์ขนาดเล็กสำหรับบรรจุอัฐิของบรรพบุรุษ ทั้งที่เป็นเจดีย์กลางแจ้ง หรือมีศาลาคลุม ที่เรียกว่า "หลาบัว" สำหรับ "ศาลาโรงธรรม" ใช้รองรับกิจกรรมเอนกประสงค์ และยังมีการก่อสร้าง "ศาลาโถง" ไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ ของผังบริเวณ เนื่องจากเหตุผลด้านการใช้สอย ซึ่งภาคใต้มีภูมิอากาศที่แปรปรวน นอกจากนี้ ยังพบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นโรงมหรสพ เช่น โรงหนังตะลุง อีกด้วย
วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม/การผังเมือง

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ