|
การจัดการห่วงโซ่อุปทานหนูพุกเชิงพาณิชย์ในจังหวัดอุทัยธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชัญญพัชร์ จารุวัชรเศรษฐ์ |
| Title | การจัดการห่วงโซ่อุปทานหนูพุกเชิงพาณิชย์ในจังหวัดอุทัยธานี |
| Contributor | กรรณิการ์ มิ่งเมือง |
| Publisher | ชมรมวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน |
| Journal Vol. | 5 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 1-12 |
| Keyword | การจัดการห่วงโซ่อุปทาน, การเลี้ยงหนูพุกเชิงพาณิชย์, อุทัยธานี |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/appm/index |
| ISSN | ISSN: 2774-1036 |
| Abstract | ปัจจุบันมีการเติบโตของสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ๆ อาจมีที่มาจากการบริโภคของคนเฉพาะท้องถิ่นหรือความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม การหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้จึงเป็นแนวทางหนึ่งของประชาชน การเลี้ยงปศุสัตว์จึงกลายเป็นแนวทางหนึ่งที่ประชาชนเลือกเป็นอาชีพเสริม โดยเฉพาะสัตว์ที่มีกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะเจาะจง เช่น หนูพุก จึงเป็นสัตว์ที่เกษตรกรเล็งเห็นแนวโน้มความต้องการด้านบริโภคเพิ่มมากขึ้น และด้วยการเลี้ยงทำได้ง่าย การลงทุนค่อนข้างต่ำ แต่สามารถสร้างรายได้สูง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานของการเลี้ยงหนูพุกเชิงพาณิชย์ในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อนำรูปแบบถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติในการจัดการห่วงโซ่อุปทานหนูพุกเชิงพาณิชย์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ สัมภาษณ์แบบเชิงลึกโดยการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงหนูพุกเชิงพาณิชย์ในจังหวัดอุทัยธานีทั้งหมด 7 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการบรรยายเชิงพรรณนาผลการศึกษาพบว่าการบริหารจัดการธุรกิจฟาร์มหนูพุกเป็นลักษณะธุรกิจขนาดเล็กมีเจ้าของเพียงคนเดียว มีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 0.82 กิโลกรัมต่อตัว ในระยะเวลาการเลี้ยง 4 เดือน เป็นการเลี้ยงในโรงเรือนแบบบ่อปูน มีต้นทุนการผลิตทางด้านต้นทุนผันแปรเฉลี่ย 68.74 บาทต่อผลิตภัณฑ์เนื้อสด 1 กิโลกรัม การดำเนินกิจกรรมภายใต้ห่วงโซ่อุปทานของการเลี้ยงหนูพุกเชิงพาณิชย์มีตั้งแต่ การจัดหาปัจจัยการผลิต การเลี้ยง การตลาดจนถึงผู้บริโภค ซึ่งมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันโดยเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นหลักสำคัญ จากการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของการเลี้ยงหนูพุกเชิงพาณิชย์ในจังหวัดอุทัยธานีนั้นพบว่า เกษตรกรมีความเสี่ยงสูงในห่วงโซ่ในหลายด้าน เช่น ทางด้านการบริหารจัดการและดำเนินการเพราะไม่มีการควบคุมสภาพแวดล้อม ความเสี่ยงด้านการตลาด เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นกลุ่มเฉพาะ และเกษตรกรไม่ขึ้นทะเบียนฟาร์ม รวมทั้งความเสี่ยงทางด้านการขนส่ง เนื่องจากการขนส่งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ต้องใช้นโยบายร่วมกับการขนส่งสัตว์ปีก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันจึงสามารถกำหนดราคาขายสินค้าได้ และปัญหาหลักที่สำคัญคือกิจกรรมสนับสนุนยังไม่ได้รับอย่างเพียงพอตั้งแต่เทคโนโลยีในการควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ งบการลงทุนเพื่อให้เกษตรกรได้รับการส่งเสริมเพื่อขยายปริมาณการเลี้ยงและสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจจึงควรมีการสนับสนุนทางด้านกิจกรรมสนับสนุนเพื่อขยายช่องทางการผลิตทางด้านปศุสัตว์ให้มีความหลากหลายทางเลือกต่อไป |