ลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เสียชีวิต ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
รหัสดีโอไอ
Creator นาริฐา ทาคำสุข
Title ลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เสียชีวิต ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
Contributor มัณฑนา สินทรัพย์
Publisher สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
Publication Year 2566
Journal Title วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
Journal Vol. 8
Journal No. 2
Page no. 265-278
Keyword ระบาดวิทยา, โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ผู้ป่วยเสียชีวิต
URL Website https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ
Website title วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
ISSN ISSN 2985-1858 (Print) and ISSN 2958-1866 (Online)
Abstract การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ ลักษณะทางประชากรและระบาดวิทยาของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในระยะที่ 3 ของการระบาดของโรค (1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564 ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) จากฐานข้อมูลรายงานการสอบสวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 ของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 1,159 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมทางสถิติ หาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติ Chi-square ผลการศึกษา ลักษณะทั่วไปของผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 ทั้งหมด 1,159 ราย เป็นเพศชาย (55.91%) มากกว่า เพศหญิง (44.09%) อายุเฉลี่ย 65.88 ± 15.44 ปี ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ (74.89%) มีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย (89.82%) ได้รับยาต้านไวรัส (87.66%) ผู้ป่วยเสียชีวิตที่โรงพยาบาล (99.05%) และบางส่วนเสียชีวิตระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล (0.95%) เมื่อจำแนกข้อมูลผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่เสียชีวิตตามกลุ่มอายุ พบว่า ทั้งสองกลุ่มมีอาชีพที่แตกต่างกัน (p-value<0.001) กลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ ไม่ได้ประกอบอาชีพ (69.49%) ในขณะที่กลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี เป็นพนักงานเอกชน/พนักงานบริษัท (22.75%) และมีโรคประจำตัวที่แตกต่างกัน ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอ้วน และภาวะติดเตียง (p-value<0.05) รวมถึงมีอาการที่แตกต่างกัน ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ และปวดศีรษะ (p-value<0.05) อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มอายุที่แตกต่างกัน มีการใส่เครื่องช่วยหายใจที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) การลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 ควรมีการกระตุ้นให้มีการเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนของประชาชนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มสูงอายุ หรือที่เรียกว่า กลุ่ม 608 การให้บริการที่สามารถเข้าถึงได้ ในประชาชนทุกระดับ การรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการอบรมการดูแลเบื้องต้น การเฝ้าระวังการสังเกตอาการที่เข้าข่ายการติดเชื้อโควิด 19 ให้กับบุคลากรในระดับพื้นที่ และประชาชน เพื่อการรับการรักษาที่รวดเร็ว สามารถลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคโควิด 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ