|
ความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อระบบการบริหารจัดการหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโรค COVID-19 โรงแรมไมด้า งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี (MIDA Hospitel) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ภัสราภรณ์ นาสา |
| Title | ความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อระบบการบริหารจัดการหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโรค COVID-19 โรงแรมไมด้า งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี (MIDA Hospitel) |
| Contributor | วนิดา สังยาหยา, แพรวนภา พันธ์โสรี, เตือนใจ นุชเทียน |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 15-27 |
| Keyword | ความคิดเห็น, บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข, ระบบการบริหารจัดการ, โรคโควิด 19 |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ/index |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | 2697-6684 online |
| Abstract | กรมควบคุมโรค ได้จัดตั้งหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโรค COVID-19 โรงแรมไมด้า งามวงศ์วาน ขึ้น ภายใต้มาตรฐานและการกำกับของสถาบันบำราศนราดูร เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการเตียงของหน่วยงานภาครัฐ รองรับผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่มีจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2564 เป็นการสำรวจภาคตัดขวางแบบผสมผสาน (mixed method) ในบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 70 คน โดยสุ่มบุคลากรระดับปฏิบัติการตามจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (quota sampling) มาเก็บข้อมูลโดยแบบสอบถาม จำนวน 56 คน และใช้การเลือกอย่างเจาะจง (purposive sampling) มาสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 12 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารจำนวน 2 คนผลการศึกษา : ในบุคลากรระดับปฏิบัติการ อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 1:3 อายุเฉลี่ย 32.1 ปี ลักษณะการปฏิบัติงาน คือ รับลงทะเบียน (48.2%) ประสานรับ-ส่งผู้ป่วย (42.9%) ติดตามอาการผู้ป่วย (37.5%) ด้านความเสี่ยงต่อผู้ป่วยพบว่า สัมผัสอุปกรณ์ผู้ป่วย (41.1%) สัมผัสผู้ป่วยโดยตรง (21.4%) และไม่ได้สัมผัสผู้ป่วย (37.5%) ความคิดเห็นต่อระบบการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้าน พบว่า ด้านวัสดุอุปกรณ์ บุคลากร งบประมาณ และการจัดการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.0, 3.9, 3.6 และ 3.5 ตามลำดับ (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) โดยทุกด้านอยู่ในระดับมาก ในกลุ่มผู้บริหาร พบว่า มีงบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และเวชภัณฑ์เพียงพอมีศักยภาพสูงสามารถรับผู้ป่วยได้มากกว่าที่เป็นอยู่ มีการนำระบบ COHORT system มาใช้ติดตามผู้ป่วย ส่วนผู้ปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน จุดแข็งของระบบ คือ บุคลากรทำงานเป็นทีม ส่งต่องานได้รวดเร็ว ทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ที่ตนต้องทำ จุดอ่อนของระบบ คือ มีความยุ่งยากในการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก อุปสรรคในการดำเนินงาน คือ การสื่อสารกับคนไข้ต่างชาติ ข้อเสนอแนะ: จากผลการศึกษาที่พบว่าความคิดเห็นต่อระบบการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก หากจะนำไปประยุกต์ใช้กับระบบอื่นในอนาคตควรพัฒนาระบบ COHORT system ให้เสถียร เตรียมคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน ฝึกซ้อมระบบการดูแลผู้ป่วยรวมทั้งวางแผนรับมือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจริง ประชุมเพื่อสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขโดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการ ภาคีเครือข่าย และผู้ป่วยทุกเดือน และพัฒนาระบบทั้งหมดควรอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างรายงานได้แบบทันที |