|
กลยุทธ์การตลาด 5A ที่มีผลต่อคุณค่าตราสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กของผู้บริโภคในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุคนธรส ผาสุข |
| Title | กลยุทธ์การตลาด 5A ที่มีผลต่อคุณค่าตราสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กของผู้บริโภคในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) |
| Contributor | วุฒิชาติ สุนทรสมัย |
| Publisher | คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 146-160 |
| Keyword | ปัจจัยส่วนบุคคล, กลยุทธ์การตลาดออนไลน์เฟซบุ๊ก, คุณค่าตราสินค้า, โครงการอสังหาริมทรัพย์ |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| Website title | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| ISSN | 2985-248X |
| Abstract | บทนำ: ความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยจึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของคุณภาพชีวิต เนื่องจากที่อยู่อาศัยมิได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน หากยังเป็นศูนย์รวมของครอบครัวเป็นการออมและการลงทุนระยะยาววัตถุประสงค์ของการวิจัย: 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคล ที่มีผลต่อคุณค่าตราสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊ก 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดของผู้บริโภคโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลต่อคุณค่าตราสินค้าผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กของผู้บริโภค 3) เพื่อศึกษาคุณค่าตราสินค้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊ก 4) เพื่อศึกษาอิทธิพลปัจจัยส่วนบุคคลและกลยุทธ์การตลาด 5A ที่มีผลต่อคุณค่าตราสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านสื่อออนไลน์ของผู้บริโภค ระเบียบวิธีวิจัย: ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณสำรวจความคิดเห็นกับกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ที่อาศัยในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีประชากรทั้งหมด คำนวณตามขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรของยามาเน จะได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 400 คน โดยเครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือค่า F-test เพื่อเปรียบเทียบลักษณะส่วนบุคลลหนึ่งกลุ่มและมากกว่า 2 กลุ่มตามลำดับและการวิเคราะห์แบบถดถอยพหุคูณ (Multiple regression analysis) ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิจัย: พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลของผู้บริโภคส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง 31-40 ปี สถานภาพแต่งงาน/อยู่ด้วยกัน ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท และมีรายได้ระหว่าง 20,001-40,000 บาท มักพบเห็นโฆษณาของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเฟสบุ๊กแล้วมีผลต่อการรู้จักคุณค่าตราสินค้าไม่แตกต่างกัน ผลการทดสอบสมมุติฐานพบว่า ผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงความคิดของโครงการ ด้านคุณภาพที่ถูกรับรู้อยู่ในระดับมากที่สุด และการรู้จักตราสินค้า ความภักดีต่อตราสินค้า อยู่ในระดับมาก และ ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยกลยุทธ์การตลาดเฟซบุ๊ก มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อคุณค่าตราสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ของผู้บริโภคในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สรุป: ปัจจัยส่วนบุคคลและกลยุทธ์การตลาดผ่าน Facebook มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างคุณค่าแบรนด์ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการตลาดดิจิทัลแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายในการเพิ่มการรับรู้ การรับรู้คุณภาพ และความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภค |