|
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับบทบาท ปัญหาและอุปสรรคของนักสังคมสงเคราะห์ในการขับเคลื่อนโครงการครอบครัวเข้มแข็งในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่มีสถานแรกรับทั่วประเทศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธันยพัฒน์ สงพราหมณ์ |
| Title | ปัจจัยที่สัมพันธ์กับบทบาท ปัญหาและอุปสรรคของนักสังคมสงเคราะห์ในการขับเคลื่อนโครงการครอบครัวเข้มแข็งในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่มีสถานแรกรับทั่วประเทศ |
| Contributor | เสาวธาร โพธิ์กลัด |
| Publisher | คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| Journal Vol. | 20 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 93-104 |
| Keyword | บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์, โครงการครอบครัวเข้มแข็ง, ปัญหาและอุปสรรค |
| URL Website | https://huso.vru.ac.th/ |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/vrurdihsjournal/issue/view/18448 |
| ISSN | ISSN 3027-7752 (Print) 3027-7760 (Online) |
| Abstract | งการครอบครัวเข้มแข็งในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่มีสถานแรกรับทั่วประเทศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับมิติเหล่านี้ การวิจัยเชิงปริมาณนี้ใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเก็บข้อมูลจากประชากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ รวมทั้งสิ้น 205 คน ซึ่งประกอบด้วยนักสังคมสงเคราะห์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จำนวน 38 แห่ง 39 หน่วยงาน ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการวิจัยนี้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Mean and Standard Deviation) และสถิติเชิงอนุมานโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ (Chi-square test) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคล ผลการศึกษาพบว่า นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทมากที่สุดในการดำเนินโครงการครอบครัวเข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบทบาทโดดเด่นในการการสร้างสัมพันธภาพ จัดบรรยากาศที่ปลอดภัยและการยอมรับ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดประสบการณ์เชิงบวกภายในกลุ่มครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวยังต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรค ในด้านความซับซ้อนที่เกิดจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกลุ่มครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การจัดการด้านการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจกับผู้รับบริการ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลของนักสังคมสงเคราะห์กับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน และการเข้ารับการอบรมหลักสูตรครอบครัวเข้มแข็ง มีความสัมพันธ์กับบทบาทและปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้จึงเน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง การจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอ และการกำหนดนโยบายสนับสนุนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของโครงการ |