การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเค็ง
รหัสดีโอไอ
Creator จันทร์จิรา บุญรักษา
Title การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเค็ง
Publisher สถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกแห่งสุวรรณภูมิ
Publication Year 2566
Journal Title วารสารนวัตกรรมการศึกษาในอนาคต
Journal Vol. 2
Journal No. 1
Page no. 54-59
Keyword วิธีการสอนโดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping), การอ่านภาษาอังกฤษ, ทักษะการอ่าน
URL Website https://so09.tci-thaijo.org/index.php/FEIJ
ISSN 2822-096X
Abstract การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้านเค็ง โดยใช้แผนผังความคิด(Mind Mapping) และเพื่อพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเค็งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครังนี้คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 โรงเรียนบ้านเค็ง จำนวน 10 คน ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษอ่าน เขียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งเป็นนักเรียนที่คละ กัน ทั้งเก่ง ปานกลาง และอ่อน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 4 แผน แผนละ 2 คาบ คาบละ 50 นาที รวมทั้งสิ้น 8 คาบเรียน แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) ก่อนเรียนและหลังเรียน แบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อและแบบอัตนัย 2 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ค่าที (t-Distribution) ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้ แผนผังความคิด (Mind Mapping) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 โรงเรียนบ้านเค็ง จำนวน 10 คน ผลปรากฏว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกแห่งสุวรรณภูมิ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ