|
การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ ในบุคลากรสายสนับสนุนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | แพรพลอย ศักดิ์เศรษฐ์ |
| Title | การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ ในบุคลากรสายสนับสนุนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ |
| Contributor | กนกวรรณ ศรีปลอด, อับดุลคอยรี ดอมิ, ชลดา นวลแก้ว, ปานชนม์ โชคประสิทธิ์ ใจยืน, จิรวัฒน์ มาลา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 644-657 |
| Keyword | บุคลากรสำนักงาน, ความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ, ปัจจัยเสี่ยงการทำงาน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์และศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงดังกล่าวในบุคลากรสายสนับสนุนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จำนวน 73 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบประเมิน ROSA วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Pearson’s Chi-square test และ Logistic Regression ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 83.6) อายุระหว่าง 40-49 ปี (ร้อยละ 45.2) มีดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์อ้วน (ร้อยละ 49.3) และไม่ออกกำลังกาย (ร้อยละ 61.6) โดยร้อยละ 95.9 ทำงานวันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป และร้อยละ 43.8 มีการทำงานล่วงเวลา การใช้คอมพิวเตอร์เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน (ร้อยละ 78.1) ผลการประเมิน ROSA พบว่า ร้อยละ 89 ของกลุ่มตัวอย่างมีความเสี่ยงในระดับสูงถึงสูงมาก ปัจจัยเสี่ยงเชิงสรีรศาสตร์ ได้แก่ เบาะนั่งไม่เหมาะสม (ร้อยละ 32.9) ไม่มีพนักพิงหลังส่วนเอว (ร้อยละ 31.5) และไม่มีอุปกรณ์แฮนด์ฟรี (ร้อยละ 32.9) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความเสี่ยงทางการยศาสตร์ ได้แก่ ประสบการณ์การทำงานโดยผู้ที่มีประสบการณ์ 4-6 ปี (ร้อยละ 19.2) และ 7-10 ปี (ร้อยละ 65.8) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5.6 และ 7.3 เท่าตามลำดับ (p<0.05) จากผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าบุคลากรสายสนับสนุนมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อจากการทำงาน จึงควรมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม ส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่ถูกต้อง และกำหนดนโยบายด้านสุขภาพในสถานที่ทำงานเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน |