|
ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในนักศึกษาพยาบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : การศึกษาแบบสหสถาบัน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เอื้อมพร สุ่มมาตย์ |
| Title | ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในนักศึกษาพยาบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : การศึกษาแบบสหสถาบัน |
| Contributor | ขวัญจิรา อินกว่าง, มนธิดา แสงเรืองเอก, รักษ์สุดา ชูศรีทอง, วารีรัตน์ วรรณโพธิ์ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 244-256 |
| Keyword | โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, นักศึกษาพยาบาล, พฤติกรรมเนือยนิ่ง, ระดับกิจกรรมทางกาย |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในนักศึกษาพยาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางในนักศึกษาพยาบาล 3,750 คน จาก 15 สถาบันการศึกษาพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2567 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา นำเสนอในรูปแบบจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติอนุมานในการประมาณค่าความชุกปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นำเสนอค่าช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 หาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงกับเพศ โดยใช้สถิติการทดสอบไคสแคว์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน 3,750 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 92.3 มีอายุเฉลี่ย 20.29±2.12 ปี ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 3 อันดับแรก ได้แก่ คุณภาพการนอนระดับต่ำ ร้อยละ 100 พฤติกรรมเนือยนิ่ง ร้อยละ 98.4 (95% CI: 97.9-98.8) และพฤติกรรมการบริโภคอาหารระดับต่ำ ร้อยละ 79.5 (95% CI: 78.1-80.8) ตามลำดับ ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ระดับดัชนีมวลกาย พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมเนือยนิ่ง และระดับกิจกรรมทางกาย ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในนักศึกษาพยาบาลอยู่ในระดับสูง สามารถนำไปใช้ในการสร้างโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม เพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้นและลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง |