|
การสอบสวนการระบาดของโรคมาลาเรียในชุมชนชาวกะเหรี่ยง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2566 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ทิพวรรณ อาสุระ |
| Title | การสอบสวนการระบาดของโรคมาลาเรียในชุมชนชาวกะเหรี่ยง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2566 |
| Contributor | ยุวดี แก้วประดับ, ประวีณ บุญหนุน, ศรุตยา วงศ์สุวรรณพร, มานิตา พรรณวดี |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 50 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 566-575 |
| Keyword | การสอบสวนโรคมาลาเรีย, ชุมชนชาวกะเหรี่ยง, อำเภอบ้านไร่, จังหวัดอุทัยธานี |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบ้านไร่ พบผู้ป่วยยืนยันโรคมาลาเรียในชุมชนชาวกะเหรี่ยง จำนวน 5 ราย ที่ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างวันที่ 14 เมษายน-9 พฤษภาคม 2566 ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ศึกษาลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้ป่วยยืนยันโรคมาลาเรีย ศึกษาแหล่งโรคและความเสี่ยงของการแพร่เชื้อรวมถึงการป้องกันควบคุมโรค และให้ข้อเสนอแนะ รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ใช้ข้อมูลจากการทบทวนเวชระเบียนโรงพยาบาลบ้านไร่ และการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม โดยใช้แบบสอบสวนโรค กองระบาดวิทยา และชุดตรวจ rapid diagnostic test (RDT) จากการทบทวนเวชระเบียนและการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม จำนวน 166 คน พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 6 ราย ช่วงเวลาเริ่มป่วยของผู้ป่วยทั้งหมด 6 ราย อยู่ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2566 ซึ่งตรวจยืนยันด้วยกล้องจุลทรรศน์ จากฟิล์มเลือดชนิดหนาหรือบางพบเชื้อ Plasmodium vivax ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อาชีพเกษตรกรรม มีการเดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านและจังหวัดข้างเคียงที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคมาลาเรีย สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยในชุมชนมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ อีกทั้งยังพบลูกน้ำและยุงก้นปล่องพาหะหลัก ชนิด Anopheles minimus แต่ไม่พบเชื้อ Plasmodium spp. ในตัวยุง จากการสอบถามชาวกะเหรี่ยง 166 คน ที่ได้จากการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม พบว่า พฤติกรรมป้องกันตนเองมีการนอนกางมุ้งธรรมดา ร้อยละ 98.19 มีความรู้ว่ายุงสามารถทำให้เกิดโรคได้ ร้อยละ 21.08 และมีการใช้ยาทากันยุงป้องกันตนเอง ร้อยละ 4.82 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคมาลาเรียในอนาคต ดังนั้น การเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมให้ความรู้เรื่องโรค การป้องกันตนเองเน้นย้ำช่วงก่อนฤดูการระบาด สนับสนุนทรัพยากรในการป้องกันและควบคุมโรค และมีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง |