ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
รหัสดีโอไอ
Creator ธนารัตน์ หมัดเชี่ยว
Title ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
Contributor วราภรณ์ ล่ำใหญ่
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2567
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 50
Journal No. 3
Page no. 397-408
Keyword นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, ปัจจัยนำ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเสริม, พฤติกรรมการสูบบุหรี่
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 105 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน เก็บข้อมูลในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลปัจจัยนำ ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และทัศนคติในการป้องกันการสูบบุหรี่ ปัจจัยเอื้อ ได้แก่ การเข้าถึงสื่อในการป้องกันการสูบบุหรี่ และปัจจัยเสริม ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลในครอบครัว และจากโรงเรียนในการป้องกันการสูบบุหรี่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติความถดถอยโลจิสติคทวิ ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 32.4 เคยทดลองสูบบุหรี่ ร้อยละ 24.8 เคยสูบแต่เลิกแล้ว และร้อยละ 7.6 ที่ยังสูบอยู่ในปัจจุบัน ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ ด้านปัจจัยนำ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน (p-value=0.021) การสูบบุหรี่ของคนในครอบครัว (p-value=0.002) และการมีเพื่อนที่สูบบุหรี่ (p-value<0.001) โดยนักเรียนชายที่เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 มีโอกาสเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่สูงกว่านักเรียนชายในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5.05 และ 3.55 เท่า (95% CI: 1.59-16.07 และ 1.10-11.41 ตามลำดับ) นักเรียนชายที่มีบุคคลในครอบครัวสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่ 3.85 เท่า (AOR=3.85, 95% CI: 1.63-9.08) ของเด็กที่ไม่มีบุคคลในครอบครัวสูบบุหรี่ และการมีเพื่อนในกลุ่มสูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงต่อต่อการสูบบุหรี่ 6.61 เท่า (AOR=6.61, 95% CI: 2.64-16.54) ของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีเพื่อนในกลุ่มสูบบุหรี่ ดังนั้น ควรสนับสนุนกิจกรรมฝึกทักษะในการปฏิเสธการสูบบุหรี่ และรณรงค์การปลูกฝังพฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่แก่นักเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาเป็นต้นไป และควรจัดทำโครงการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่สูบบุหรี่ รวมทั้งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานโรงเรียนปลอดบุหรี่ หรือชุมชนปลอดบุหรี่อย่างมีส่วนร่วม
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ