|
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการย้ายเข้า ICU ในผู้ป่วยกึ่งวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19: การศึกษาการระบาดในระยะที่ 3 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วรันต์ภรณ์ พนสิทธิวนา |
| Title | ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการย้ายเข้า ICU ในผู้ป่วยกึ่งวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19: การศึกษาการระบาดในระยะที่ 3 |
| Contributor | ชลิดา เกิดภิรมย์, วาสนา ฬาวิน |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 50 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 196-206 |
| Keyword | ผู้ติดเชื้อโควิด 19, การรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 พบผู้ป่วยที่จำเป็นต้องย้ายเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (intensive care unit: ICU) ซึ่งมีหลายปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการย้ายเข้า ICU ในผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตในการระบาดระยะที่ 3 จำนวน 439 ราย ระหว่าง 1 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2564 คัดออก 15 ราย เนื่องจากเสียชีวิตที่หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต คงเหลือกลุ่มตัวอย่าง 424 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการถดถอยลอจิสติกพหุคูณ นำเสนอด้วยค่า Adjusted Odds Ratio (aOR) ที่ช่วงความเชื่อมั่น 95% ผลการศึกษาพบผู้ป่วยกึ่งวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19 เป็นเพศชาย 207 ราย (ร้อยละ 48.8) อายุเฉลี่ย 59.8 ปี (SD=16.05) ผู้ป่วย 75 ราย (ร้อยละ 17.7) ย้ายไป ICU และ 349 ราย (ร้อยละ 82.3) ไม่ได้ย้ายเข้า ICU ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการย้ายเข้า ICU ได้แก่ ผู้ป่วยที่ทำ awakening prone (aOR 1.88; 95% CI; 1.01-3.51) และค่าความเข้มข้นของออกซิเจน (FiO2) มากกว่า 0.6 (aOR 8.32; 95% CI; 4.36-15.86) ผลการศึกษานี้สามารถนำไปเป็นข้อมูลสนับสนุน เพื่อหาวิธีลดอัตราการเข้า ICU โดยไม่ได้วางแผน และเฝ้าระวังในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น |