|
การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมและกำกับคุณภาพผลงานวิชาการ ก่อนการเผยแพร่ของบุคลากรกรมควบคุมโรค (DDC clearance) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กุลธิดา สุขมาก |
| Title | การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมและกำกับคุณภาพผลงานวิชาการ ก่อนการเผยแพร่ของบุคลากรกรมควบคุมโรค (DDC clearance) |
| Contributor | อรุณี คำจันทร์วงศ์, สุคนธ์ทิพย์ จิตโชติ, เบญจมาศ แสนสีดา, ละไม สินโพธิ์, ญาณี แสงสง่า, ชลนที รอดสว่าง |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 49 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 634-643 |
| Keyword | แนวทาง DDC clearance, พัฒนารูปแบบ, คุณภาพผลงานวิชาการ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ผลการดำเนินงานตามแนวทางการส่งเสริมและกำกับคุณภาพผลงานวิจัยหรือผลงานวิชาการก่อนการเผยแพร่ของบุคลากรกรมควบคุมโรค (DDC clearance) มีหน่วยงานดำเนินการตามแนวทางค่อนข้างน้อย ซึ่งยังไม่มีการวิเคราะห์หาสาเหตุและทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้มีการศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและพัฒนารูปแบบ DDC clearance โดยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทำความเข้าใจปัญหา ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้ และขั้นตอนที่ 4 ประเมินรูปแบบ เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ผลการศึกษา พบว่า ปัญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติตามแนวทาง DDC clearance รูปแบบเดิม มีสาเหตุมาจากความไม่เข้าใจในหลักการ ความสำคัญ และขั้นตอนของ DDC clearance ในทุกกลุ่มประชากรที่ศึกษา เนื่องจากมีการสื่อสารค่อนข้างน้อย การดำเนินการใช้ระยะเวลานาน ไม่มีขอบเขตการพิจารณาผลงานที่ชัดเจน นอกจากนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นการขอความร่วมมือเท่านั้น จึงขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานโดยให้ผู้นำเสนอผลงานประเมินตนเองตามมาตรฐานการเผยแพร่ผลงาน ประกอบด้วย 1) ความเป็นผู้นิพนธ์ 2) การลอกเลียนวรรณกรรม 3) ผลประโยชน์ทับซ้อน 4) ความลับและความเป็นส่วนตัว 5) การเผยแพร่ซ้ำ และ 6) การตีพิมพ์แบ่งย่อย รวมถึงลดระยะเวลาดำเนินงานให้ทันเวลาต่อการเผยแพร่ และได้นำขั้นตอนการดำเนินงาน และแบบประเมินขั้นตอน DDC clearance ทดสอบกับประชากรศึกษา จำนวน 52 คน โดยรูปแบบที่พัฒนาขึ้นได้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญว่ามีความเหมาะสมสำหรับนำไปใช้งานจริง ควรมีการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมและมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนารูปแบบให้มีประสิทธิภาพต่อไป |