|
โรคระบบทางเดินหายใจและสมรรถภาพปอดของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กมลวรรณ สมณะ |
| Title | โรคระบบทางเดินหายใจและสมรรถภาพปอดของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
| Contributor | อารุญ เกตุสาคร |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 49 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 621-633 |
| Keyword | สมรรถภาพปอด, ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง, โรคระบบทางเดินหายใจ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในชุมชนเขตเมืองมีความเสี่ยงต่อการรับสัมผัสมลพิษทางอากาศ ที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากสูดดมมลพิษอากาศและเกิดการสะสม ในทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันและเรื้อรัง รวมถึงสมรรถภาพปอด ที่ผิดปกติ การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์โรคระบบทางเดินหายใจและสมรรถภาพปอดของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 308 คน ด้วยแบบสอบถามและทดสอบสมรรถภาพปอดด้วยเครื่องสไปโรเมตรีย์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 49+11.1 ปี มากกว่าครึ่งมีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์และไม่ออกกำลังกาย ปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างสูบบุหรี่ร้อยละ 39.3 ดัชนีมวลกายอยู่ในระดับโรคอ้วนระดับที่ 1 ร้อยละ 32.5 มีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิต และโรคเบาหวาน อายุงานเฉลี่ย 11.76+9.08 ปี ทำงาน 11.10+3.28 ชั่วโมงต่อวัน และ 6.39+1.19 วันต่อสัปดาห์ อาการของโรคระบบทางเดินหายใจสูงสุด คือ อาการของหลอดลมอักเสบเรื้อรังสูงสุดร้อยละ 11.4 รองลงมา ได้แก่ หลอดลมอักเสบระยะเฉียบพลัน และอาการไอเรื้อรังคิดเป็นร้อยละ 7.5 และร้อยละ 2.3 ตามลำดับ ผลการทดสอบสมรรถภาพปอดผิดปกติร้อยละ 28.9 ส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติแบบจำกัดการขยายตัวเล็กน้อย ค่าเฉลี่ย %measured FVC/FEV1 เท่ากับ 99.34+13.85 ค่าเฉลี่ย %predicted ของ FVC เท่ากับ 91.79+21.43 และค่าเฉลี่ย %predicted ของ FEV1 เท่ากับ 93.05+18.94 การศึกษาในครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะทำงาน อาจเนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ดำเนินการศึกษาอยู่ในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (COVID-19) ข้อเสนอแนะควรวิเคราะห์หาปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกันที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของสมรรถภาพปอดทั้งปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยสุขภาพ ปัจจัยการทำงาน ปัจจัยทางด้านอุตุนิยมวิทยา และปัจจัยทางด้านคุณภาพอากาศ เช่น ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10, PM2.5) เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ปัญหาสุขภาพของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างต่อไป |