|
ภาวะกิลแลง-บาร์เรที่เกิดภายหลังได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิดไวรัสพาหะ (แอสตร้าเซนเนก้า) รายงานผู้ป่วย 1 ราย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กันต์ธภัทร์ จันเต |
| Title | ภาวะกิลแลง-บาร์เรที่เกิดภายหลังได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิดไวรัสพาหะ (แอสตร้าเซนเนก้า) รายงานผู้ป่วย 1 ราย |
| Contributor | อาตีนา เอชเอ, สุทธิเกียรติ สำเภา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 49 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 467-478 |
| Keyword | ภาวะกิลแลง-บาร์เร, แอสตร้าเซนเนก้า, เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค, ไวรัสซาร์ส-โควี-2 |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ภาวะกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre Syndrome: GBS) คือ ภาวะผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลายทั่วร่างกายที่เกิดจากการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่พบอาการอ่อนแรงของรยางค์ส่วนปลายแบบสมมาตรแล้วลุกลามมาส่วนบน (symmetrical ascending paralysis) พบการลดลงหรือสูญเสียรีเฟล็กซ์ (deep tendon reflex) ร่วมกับผลการตรวจน้ำในไขสันหลังมีระดับโปรตีนสูงแต่ระดับเม็ดเลือดขาวปกติหรือต่ำ (Albuminocytologic dissociation) และพบความผิดปกติของการนำกระแสประสาท (abnormal nerve conduction) โดยสาเหตุของการเกิดภาวะดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าเป็นผลจากร่างกายสร้าง autoantibody มาทำลายระบบประสาทส่วนปลายเฉียบพลัน GBS มักพบภายหลังการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เช่น Parainfluenza virus, Herpes virus, Severe Acute Respiratory Syndrome-Coronavirus-2 (SARS-CoV-2), Campylobacter jejuni, Mycoplasma pneumoniae, Haemophilus influenzae เป็นต้น เกิดภายหลังการผ่าตัด การได้รับบาดเจ็บ รวมถึงหลังให้วัคซีน ซึ่งจัดเป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Adverse Events Following Immunization: AEFI) กรณีศึกษาฉบับนี้รายงานผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี ไม่มีโรคประจำตัว เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยอาการชาบริเวณปลายมือและปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง อ่อนแรง เดินไม่ไหวหลังได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิดไวรัสพาหะ (viral vector vaccine) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ไป 2 วัน ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วย immunoglobulin ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (IVIg) เป็นระยะเวลา 5 วัน จนอาการดีขึ้น ดังนั้น หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องชนิดของวัคซีน ผู้ป่วยควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นชนิดอื่นที่ไม่ใช่ชนิดไวรัสพาหะ และต้องได้รับคำแนะนำที่เพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเกิด GBS จากวัคซีนทางเลือกภายใต้ข้อมูลที่ยังมีอยู่อย่างจำกัดในปัจจุบัน |