|
รายงานผู้ป่วย : การติดเชื้อ Burkholderia thailandensis ที่ต่อมน้ำเหลือง ทรวงอกในพระภิกษุไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จารุภัทร อัศวพลังกูล |
| Title | รายงานผู้ป่วย : การติดเชื้อ Burkholderia thailandensis ที่ต่อมน้ำเหลือง ทรวงอกในพระภิกษุไทย |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 48 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 934-941 |
| Keyword | ทรวงอก, การติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง, Burkholderia thailandensis |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | Burkholderia thailandensis คือ เชื้อแบคทีเรียที่ใกล้เคียงกับ Burkholderia pseudomallei ซึ่งเป็นสาเหตุโรคเมลิออยโดสิส ทั้งนี้ไม่ค่อยพบการก่อโรคของ B. thailandensis ในคน รายงานนี้เป็นการรายงานผู้ป่วยติดเชื้อชนิดนี้ที่ต่อมน้ำเหลืองทรวงอกในพระภิกษุไทยอายุ 49 ปี ไม่มีโรคประจำตัว สูบบุหรี่ 1 ซองต่อวันนาน 1 ปี และมีประวัติการขุดดินบริเวณวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรีก่อนเกิดการเจ็บป่วย นับเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ B. thailandensis รายที่สองในประเทศไทย โดยผู้ป่วยแสดงอาการไอมีเสมหะและไข้สูงนานสองสัปดาห์ก่อนเข้าโรงพยาบาลและภาพถ่ายรังสีปอดแรกรับพบจุดทึบขนาดเล็กบริเวณ lateral segment ของกลีบปอดด้านขวา โดยภายหลังเริ่มต้นให้ยาปฏิชีวนะชนิด ceftriaxone ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นร่วมกับไม่พบเชื้อก่อโรคจากผลการตรวจเพาะเชื้อจากเลือดและเสมหะ จึงพิจารณาประเมินเอกซเรย์ปอดซ้ำพบว่าเงาบริเวณกลางทรวงอกและข้างขวาของหลอดลมขยายกว้างมากขึ้น ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกพบเป็นลักษณะต่อมน้ำเหลืองทรวงอกขนาดใหญ่หลายตำแหน่ง ก้อนทึบบริเวณปอดกลีบกลางด้านขวาขนาด 3.15 เซนติเมตรและจุดขนาดเล็กในปอดสองตำแหน่ง เมื่อส่งตรวจเพาะเชื้อจากต่อมน้ำเหลืองทรวงอกผลรายงานเชื้อ B. thailandensis สอดคล้องกับผล Indirect immunofluorescence assay (IFA) melioid-IgM และ IgG antibody titer พบมีค่าสูงเพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่าคือเพิ่มขึ้นจาก <1:50 และ 1:50 เป็น 1:800 และ 1:1,600 ตามลำดับ เมื่อให้ยาปฏิชีวนะชนิด ceftazidime และ sulfamethoxazole-trimethoprim เป็นระยะเวลาห้าสัปดาห์อาการผู้ป่วยดีขึ้นตามลำดับและเอกซเรย์ปอดต่อมน้ำเหลืองทรวงอกและรอยทึบบริเวณเนื้อปอดมีขนาดเล็กลง |