|
ความชุกการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของเด็กที่เกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างปี พ.ศ. 25582562 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิสมัย สุระกาญจน์ |
| Title | ความชุกการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของเด็กที่เกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างปี พ.ศ. 25582562 |
| Contributor | สราญจิต อินศร, สุพัตรา สิมมาทัน, ณัฐพร ลีนวิภาต, ณัฏฐดา สวนไผ่ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 48 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 43-51 |
| Keyword | ความชุก,ไวรัสตับอักเสบบี,การติดเชื้อในทารกแรกเกิด |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความชุกการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในเด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และศึกษาความสัมพันธ์ของเด็กที่ได้รับวัคซีน HBV กับการเกิดภูมิคุ้มกัน การวิจัยนี้เป็นการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนาย้อนหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ที่เข้าร่วมโครงการกำจัดตับอักเสบบีจากแม่สู่ลูกในปี 2563 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบบันทึกข้อมูล เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน 2563 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และหาความสัมพันธ์สถิติ Fisher's Exact Test ผลการศึกษาจากข้อมูลเด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อจำนวน186 คน พบว่า (1) ความชุกของเด็กที่เกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างปี พ.ศ. 25582562 ร้อยละ 2 (2) ข้อมูลทั่วไปของเด็ก 186 คน เป็นเพศชายร้อยละ 53 มีอายุระหว่าง 9 เดือนถึง 5 ปี ได้รับ HBIG ร้อยละ 44.62 ได้รับ HBV ครบ ร้อยละ 89.24 มีภูมิคุ้มกันจากไวรัสตับเสบ บี ร้อยละ 76.34 และมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 186 คน อายุเฉลี่ย 31 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ร้อยละ 33.87 ทราบสถานะการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ ร้อยละ 99.46 ได้รับยา TDF ร้อยละ 8 และได้รับการส่งต่อเข้ารับการรักษา ร้อยละ 53 การได้รับวัคซีน HBV ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p >0.05) จากผลการศึกษาควรให้ HBIG และวัคชีน HBV ในเด็กให้ครบ การตรวจคัดกรองและการตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ให้ครอบคลุม พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการส่งต่อและรักษามารดาและเด็กที่ติดเชื้อ เพื่อลดการเกิดโรคตับอักเสบ ตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคต |