|
ประสิทธิผลของสารสกัดกระเทียมต่อระดับตะกั่วในเลือดของพนักงานฝ่ายผลิตโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เอื้อมพร พูนกล้า |
| Title | ประสิทธิผลของสารสกัดกระเทียมต่อระดับตะกั่วในเลือดของพนักงานฝ่ายผลิตโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ |
| Contributor | อนามัย เทศกะทึก, ชัชวิน เพชรเลิศ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 1038-1050 |
| Keyword | สารสกัดกระเทียม, ระดับตะกั่วในเลือด, โรงงานผลิตแบตเตอรี่, ผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับสัมผัสตะกั่ว |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดกระเทียมที่มีผลต่อระดับความเข้มข้นของระดับตะกั่วในเลือดของผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับสัมผัสตะกั่ว รูปแบบการงานวิจัยเป็นการทดลอง (Experiment study) เก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยแบบสอบถามส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูล และการเจาะเลือดหาปริมาณตะกั่วในเลือด กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานฝ่ายผลิตในโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 90 ราย วิธีดำเนินวิจัย ประกอบด้วย ก่อนเริ่มทดลอง ผู้เข้าร่วมวิจัยทุกรายจะต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและได้รับการประเมินระดับตะกั่วในเลือดเพื่อเป็นค่าพื้นฐาน (Baseline) จากนั้นจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 30 ราย คือ กลุ่มที่ 1) กลุ่มควบคุม ให้รับประทานยาหลอก กลุ่มที่ 2) กลุ่มทดลอง ให้รับประทานสารสกัดกระเทียม 900 มิลลิกรัมต่อวัน และกลุ่มที่ 3) กลุ่มทดลองให้รับประทานสารสกัดกระเทียม 1200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยให้แต่ละกลุ่มรับประทานสารสกัดกระเทียมอย่างต่อเนื่องนาน 14 วัน หลังจากนั้นให้พนักงานเจาะเลือดตรวจวัดระดับตะกั่วในเลือดซ้ำอีกครั้ง ผลการวิจัยพบว่า ระดับตะกั่วในเลือดภายหลังการรับประทานสารสกัดกระเทียม 900 มิลลิกรัมต่อวัน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.044) ในขณะที่ระดับตะกั่วในเลือดก่อนและหลังการรับประทานสารสกัดกระเทียม 1200 มิลลิกรัมต่อวันไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบระดับตะกั่วในเลือดหลังการทดลองของทั้ง 3 กลุ่ม พบความแตกต่างกัน (p=0.016) โดยกลุ่มที่ 2 แตกต่างจากกลุ่มที่ 1 และ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.016 และ p=0.011 ตามลำดับ) ในขณะที่กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 ไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงระดับตะกั่วในเลือดระหว่างกลุ่มที่ได้สารสกัดกระเทียมและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน แม้ว่าระดับตะกั่วในเลือดก่อนและหลังทดลองของกลุ่ม 2 จะมีความแตกต่างกันในเชิงสถิติ แต่ไม่สามารถลดระดับตะกั่วในเลือดได้ในเชิงคลินิก จึงอาจสรุปกล่าวได้ว่า กระเทียมไม่มีผลในการลดระดับตะกั่วในเลือด ในการทำวิจัยในครั้งต่อไปเสนอแนะว่าควรเพิ่มระยะเวลาในการรับประทานสารสกัดกระเทียมให้นานมากกว่านี้ และอาจตรวจวัดระดับตะกั่วในปัสสาวะเพื่อเปรียบเทียบระดับตะกั่วที่ถูกขับออกจากร่างกาย |