การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเรื่อง ชนิดและความชุกของการบาดเจ็บ จากเลเซอร์จากการทำงานแต่ละอาชีพ
รหัสดีโอไอ
Creator ธันวาพร ฉวีพูนเพิ่มสิน
Title การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเรื่อง ชนิดและความชุกของการบาดเจ็บ จากเลเซอร์จากการทำงานแต่ละอาชีพ
Contributor Ian Litchfield
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2564
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 47
Journal No. เพิ่มเติมที่ 1
Page no. 700-713
Keyword เลเซอร์, ความชุก, บาดเจ็บจากเลเซอร์, ความชุกการบาดเจ็บจากเลเซอร์, การบาดเจ็บจากเลเซอร์จากการทำงาน
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดและความชุกของการบาดเจ็บจากเลเซอร์จากการทำงานในแต่ละอาชีพ โดยศึกษาจากงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2553 จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 จากแหล่งข้อมูลทั้งหมด 10 แหล่ง ได้แก่ ฐานข้อมูลบรรณานุกรม 7 แหล่ง (Ovid MEDLINE and In-Process, EMBASE, HMIC, PsycINFO, CINHAL Plus, NIOSHTIC, PubMed MEDLINE) และเอกสารที่ไม่ได้พิมพ์เผยแพร่ 2 แหล่ง (UBIRA ETheses และ EThOS) รวมถึงรายการเอกสารอ้างอิงของการศึกษาที่ถูกคัดเข้าทั้งหมด จากนั้นประเมินคุณภาพตามชนิดการศึกษา และสกัดข้อมูลจากงานวิจัยที่มีคุณภาพระดับปานกลางขึ้นไปโดยใช้แบบฟอร์มที่ผู้วิจัยออกแบบเอง ข้อมูลที่ได้จากการสกัดจะถูกนำมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จากการค้นหาได้ผลลัพธ์ทั้งหมด 2,056 ฉบับ และมี 29 ฉบับ ที่เข้าเกณฑ์คัดเข้าเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล จากการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic. Analysis) สามารถแบ่งเป็น 5 กลุ่มอาชีพ ดังนี้ อาชีพเกี่ยวกับการแพทย์ (ร้อยละ 69) อาชีพเกี่ยวกับการบิน (ร้อยละ 17.2) อาชีพเกี่ยวกับสำนักงาน (ร้อยละ 6.9) อาชีพเกี่ยวกับงานบันเทิง (ร้อยละ 3.4) และอาชีพเกี่ยวกับการทหาร (ร้อยละ 3.4) ชนิดของสิ่งคุกคามที่มีการตีพิมพ์มากที่สุดคือการสัมผัสฝุ่นละอองจากหัตถการเลเซอร์ ร้อยละ 85 ของงานวิจัยทางการแพทย์ (17 จาก 20 ฉบับ) และการบาดเจ็บที่ตา ร้อยละ 100 ของงานวิจัยทางการบิน (ทั้งหมด 5 ฉบับ) การศึกษานี้ไม่สามารถวิเคราะห์อภิมานเพื่อหาค่าความชุกได้เนื่องจากข้อมูลมีความหลากหลายสูง แต่สามารถระบุได้ว่าการติดเชื้อที่มีการศึกษามากทางการแพทย์คือการติดเชื้อเอชพีวีในอากาศ โดยมี 5 การศึกษาที่ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่ระบุว่ามีโอกาสต่ำในการพบเชื้อเอชพีวีในอากาศหรืออุปกรณ์ป้องกัน และมีการศึกษาเพียงหนึ่งชิ้นระบุว่า พบความชุกการติดเชื้อเอชพีวีจากอากาศบริเวณเยื่อบุผิวทางเดินอาหารที่ร้อยละ 5.8 ของเจ้าหน้าที่ 156 คน ที่ทำงานสัมผัสควันจากเลเซอร์ในการรักษาหูดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ของคนไข้ เทียบกับความชุก ร้อยละ 1.7 ของเจ้าหน้าที่ 115 คน ที่ไม่เคยมีประวัติสัมผัสสิ่งคุกคาม (p=0.12) จากข้อมูลทั่วไปทราบกันดีว่าการบาดเจ็บจากการทำงานด้วยเลเซอร์ที่พบมากที่สุดคือ ตาและผิวหนัง แต่การวิจัยนี้พบว่าความแตกต่างของอาชีพก็อาจพบชนิดของการบาดเจ็บที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผลกระทบทางสุขภาพจากการสัมผัสควันจากเลเซอร์ในบุคลากรทางการแพทย์พบว่ามีการตีพิมพ์มากที่สุด อย่างไรก็ตามการใช้เลเซอร์ในการประกอบอาชีพมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่การศึกษาเกี่ยวกับการบาดเจ็บในการทำงานเกี่ยวกับเลเซอร์ยังคงมีจำนวนน้อยมาก ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านนี้มากขึ้น
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ