เปรียบเทียบระดับกรดทรานส์ ทรานส์ มิวโคนิกระหว่างกลุ่มสัมผัสและไม่สัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงทางผิวหนังของพนักงานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จังหวัดระยอง
รหัสดีโอไอ
Creator ฌาน ปัทมะ พลยง
Title เปรียบเทียบระดับกรดทรานส์ ทรานส์ มิวโคนิกระหว่างกลุ่มสัมผัสและไม่สัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงทางผิวหนังของพนักงานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จังหวัดระยอง
Contributor ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข, จินตนา ศิริวราศัย, อนามัย เทศกะทึก
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2564
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 47
Journal No. เพิ่มเติมที่ 1
Page no. 687-699
Keyword กรดทรานส์ ทรานส์ มิวโคนิก, น้ำมันเชื้อเพลิงหกรดผิวหนัง, พนักงานให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การศึกษาพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปริมาณกรดทรานส์ ทรานส์ มิวโคนิก (trans,trans-muconic acid, t,t-MA) ในปัสสาวะซึ่งเป็นเมแทบอไลต์ (Metabolite) ของสารเบนซีนระหว่างกลุ่มพนักงานให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่สัมผัสและไม่สัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงทางผิวหนัง กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จังหวัดระยอง จำนวน 5 แห่ง จำนวน 64 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ และการเก็บปัสสาวะก่อนและหลังการปฏิบัติงาน สำหรับความเข้มข้นของ t,t-MA ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ วิเคราะห์ด้วยเครื่องโครมาโทรกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน Independent sample t-test และ Paired t-test ผลการศึกษาพบว่า พนักงานส่วนใหญ่ (ร้อยละ 73.4) ไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองระบบทางเดินหายใจส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่สวมใส่ได้ใช้หน้ากากผ้า ร้อยละ 26.6 พนักงานให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาทำงาน ร้อยละ 14.1 ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเคยสัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงทางผิวหนัง ร้อยละ 64.1 โดยเหตุการณ์หกรดเกิดขึ้น 5-6 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 29.3 ในส่วนการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล พบว่า พนักงานจัดการด้วยการล้างด้วยน้ำเปล่ามากที่สุด ร้อยละ 39.1 รองลงมาคือ เช็ดทำความสะอาดผิวหนังให้แห้ง ร้อยละ 23.4 ผลการเปรียบเทียบปริมาณ t,t-MA ในปัสสาวะระหว่างกลุ่มสัมผัสและไม่สัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่า หลังการทำงานพนักงานที่เคยสัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงมีค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ของ t,t-MA 93.43 (1.93) ?g/g Cr ซึ่งสูงกว่าพนักงานที่ไม่เคยสัมผัส (t,t-MA 60.05 (2.14) ?g/g Cr) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.017) สรุป สารเบนซีนสามารถดูดซึมผ่านทางผิวหนังได้ในพนักงานที่สัมผัสน้ำมันเชื้องเพลิงหกรด ดังนั้นควรส่งเสริมการใช้อุปกรณ์คุ้มครองระบบทางเดินหายใจส่วนบุคคลร่วมกับอุปกรณ์คุ้มครองแขนในการป้องกันสุขภาพในพนักงานให้บริการน้ำในเชื้อเพลิง
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ