|
ความชุกของการติดหนอนพยาธิ และพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียนภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ จังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ พ.ศ. 2562 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วิวัฒน์ สังฆะบุตร |
| Title | ความชุกของการติดหนอนพยาธิ และพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียนภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ จังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ พ.ศ. 2562 |
| Contributor | อรอุษา ปราสาททอง, กิตติศักดิ์ ประครองใจ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 246-256 |
| Keyword | ความชุก, โรคหนอนพยาธิ, พฤติกรรมสุขภาพ, นักเรียนในโรงเรียนโครงการพระราชดำริฯ, วิธีการตรวจโมดิฟายด์คาโต้ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | โรคหนอนพยาธิยังคงเป็นปัญหาการสาธารณสุขของประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนชื้น รวมทั้งประเทศไทยที่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร หนึ่งในนั้นคือกลุ่มเด็กและเยาวชน จากการส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิ ด้วยวิธี Modified Kato thick smear และตรวจนับไข่พยาธิด้วยวิธี Modified Kato Katz ของนักเรียนในโรงเรียนภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ 12 แห่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1,720 ราย พบอัตราความชุกของการติดหนอนพยาธิ 27 ราย (ร้อยละ 1.57) ช่วงอายุที่ตรวจพบมากที่สุด คือ 6-8 ปี โดยพบในกลุ่มเพศชายมากกว่าเพศหญิง ชนิดหนอนพยาธิที่มีการติดเชื้อสูงสุด 3 ลำดับ คือ พยาธิปากขอ 13 ราย (ร้อยละ 0.76) พยาธิใบไม้ตับ 6 ราย (ร้อยละ 0.35) และพยาธิแส้ม้า 3 ราย (ร้อยละ 0.17) ความรุนแรงของโรคพยาธิปากขออยู่ระดับต่ำ (EPG<2,000) ค่าเฉลี่ยของจำนวนไข่พยาธิปากขอ 207 ฟอง และโรคพยาธิใบไม้ตับอยู่ระดับต่ำ (EPG<1,000) ค่าเฉลี่ยของจำนวนไข่พยาธิใบไม้ตับ 84.33 ฟอง จากการประเมินความรู้และพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 905 คน พบว่านักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับโรคหนอนพยาธิอยู่ในเกณฑ์ดี แต่นักเรียนบางส่วนมีการปฏิบัติตนเสี่ยงต่อการติดโรคหนอนพยาธิ โดยบริโภคอาหารแบบไม่สุก มีสุขลักษณะส่วนบุคคลไม่เหมาะสม นักเรียนเพียงร้อยละ 49.39 ส่งอุจจาระตรวจคัดกรองหาไข่พยาธิเป็นประจำ ทำให้ไม่สามารถระบุการติดโรคและชนิดพยาธิในนักเรียนส่วนหนึ่งได้ ผลการศึกษาในครั้งนี้บอกถึงแนวโน้มสถานการณ์ของโรคหนอนพยาธิ ความรู้ที่ถูกต้องและพฤติกรรมความเสี่ยงของนักเรียนในโรงเรียนโครงการตามพระราชดำริฯ จังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ จึงควรมีแผนการพัฒนาการสร้างความเข้มแข็งและต่อเนื่อง ให้แก่กิจกรรมสร้างความรอบรู้เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมอนามัยที่ยั่งยืนในการป้องกันการติดโรคหนอนพยาธิซ้ำและลดการแพร่กระจาย |