|
ชนิดของยุงก้นปล่องพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย ในพื้นที่แพร่เชื้อสูง ของจังหวัดระนอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สกุลทิพย์ ชูแก้ว |
| Title | ชนิดของยุงก้นปล่องพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย ในพื้นที่แพร่เชื้อสูง ของจังหวัดระนอง |
| Contributor | ยุพยง อัตตะ, คณพศ ทองขาว, ปัทมา แก้วมณี, อุบลรัตน์ นิลแสง, ทัศนีย์ จิตรแก้ว, ประเสริฐ สร้างเลี่ยน |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 46 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 483-493 |
| Keyword | ยุงก้นปล่อง, มาลาเรีย, พื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียเชื้อสูง |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิด ชีวนิสัยการออกหากิน แนวโน้มการพบยุงพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา ในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียสูงของจังหวัดระนอง ยุงตัวเต็มวัยที่จับได้ จำนวน 689 ตัว จากพื้นที่ศึกษา จำนวน 2 หมู่บ้าน จับโดยใช้คนเป็นเหยื่อล่อ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 06.00 น. ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2560 จำแนกชนิดของยุงก้นปล่องตามรูปพรรณสัณฐานด้วยกล้อง stereo microscope ตรวจหาเชื้อมาลาเรียด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่ โดยใช้จิโนมิก ดีเอ็นเอ ของต่อมน้ำลายยุงก้นปล่องพาหะ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาชนิดและชีวนิสัยของยุงพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย พบยุงก้นปล่อง (Anopheles spp.) 5 ชนิด ได้แก่ Anopheles dirus complex (ร้อยละ 52.00), Anopheles minimus complex (ร้อยละ 44.67), Anopheles maculatus complex (ร้อยละ 0.33), Anopheles barbirostris/campestris (ร้อยละ 0.33) และ Anopheles umbrosus group (ร้อยละ 2.67) โดย An. dirus complex และ An. minimus complex พบได้มากในทุกเดือน และออกหากินตลอดทั้งคืน An. maculatus complex พบได้เฉพาะเดือนมิถุนายน An. barbirostris/campestris พบได้เฉพาะเดือนพฤษภาคม ส่วน An. umbrosus group พบได้ในเดือนมิถุนายน และพฤษภาคม โดยออกหากินช่วงครึ่งคืนแรก ระหว่างเวลา 18.00 น. - 24.00 น. ผลการตรวจหาเชื้อมาลาเรียในต่อมน้ำลายยุงก้นปล่อง ด้วยวิธี PCR ทั้ง 5 ชนิด ผลไม่พบเชื้อมาลาเรีย ความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิไม่มีผลกับความหนาแน่นของยุงก้นปล่อง ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นทำให้แนวโน้มปริมาณยุงทั้ง 5 ชนิดลดลง ปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้น ส่งผลลบต่อความหนาแน่นของยุง An. barbirostris/campestris จนไม่พบยุงนี้ แต่ยังพบยุง An. maculatus complex ได้ ข้อค้นพบจากการวิจัยนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้มาลาเรียให้มีประสิทธิภาพต่อไป |