|
ระดับความเสี่ยงการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มเกษตรกรชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | มัตติกา ยงประเดิม |
| Title | ระดับความเสี่ยงการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มเกษตรกรชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช |
| Contributor | สุภาภรณ์ ยิ้มเที่ยง, มุจลินท์ อินทรเหมือน, ศิริพร ด่านคชาธาร |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2562 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 45 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 42-53 |
| Keyword | เกษตรกร, สารเคมีกำจัดศัตรูพืช, ระดับความเสี่ยง |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงในการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเวลาในการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนเมษายน ถึงตุลาคม 2559 โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 202 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเอง และวิธีการประเมินความเสี่ยงในการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่กลุ่มตัวอย่างมีการใช้งาน โดยวิธีการจากคู่มือ Assessment of the health risks arising from the use of hazardous chemicals on the workplace ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 59.9 มีอายุระหว่าง 50-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 27.7 และระยะเวลาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ในช่วง 10-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 32.2 และกลุ่มตัวอย่างมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชประเภทสารพิษฆ่าแมลงคือ abamectin มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.9 และจากการจัดระดับความเสี่ยงของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มตัวอย่างพบว่า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่อยู่ในระดับความเสี่ยง 4 มีจำนวน 2 ชนิด คือ carbofuran และ paraquat dichloride และอยู่ในระดับความเสี่ยง 3 มีจำนวน 6 ชนิด คือ abamectin, chlorpyrifos, glyphosate-isopropylammonium, copper hydroxide, carbendazim และ alphacypermethrin ซึ่งระดับความเสี่ยงทั้งหมดจัดอยู่อยู่ใน category 1 คือ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษานี้คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ควรจัดโปรแกรมเฝ้าระวังด้านสุขภาพ การตรวจประเมินการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และการฝึกอบรมเกษตรกรในประเด็นต่าง ๆ เช่น การเลือกใช้สารเคมีที่มีความเป็นพิษต่ำ การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย พฤติกรรมความปลอดภัยในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อเป็นการลดปริมาณการรับสัมผัสสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ผลจากการศึกษาสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาค่าความปลอดภัยในการใช้สารเคมี หรือการยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง |