ภาวะไวต่อยา cefixime และ ceftriaxone ที่ลดลงของเชื้อหนองใน ในประเทศไทย ปี 2556-2557
รหัสดีโอไอ
Creator วิชญ์ แสงสุวรรณ
Title ภาวะไวต่อยา cefixime และ ceftriaxone ที่ลดลงของเชื้อหนองใน ในประเทศไทย ปี 2556-2557
Contributor รัตนา ลาวัง
Publisher สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค
Publication Year 2559
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 42
Journal No. 2
Page no. 130-137
Keyword หนองใน, ดื้อยา
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract บทนำ : ปัจจุบันได้มีรายงานการพบภาวะเชื้อหนองในดื้อยามากขึ้นในหลายประเทศ การศึกษานี้เป็นการรายงานความไวต่อยา cephalosporin ของเชื้อหนองใน ในผู้ป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลบางรัก กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ : เพื่อเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อหนองใน ในผู้ป่วยซึ่งมารับการรักษาโรคหนองใน ณ โรงพยาบาลบางรัก กรุงเทพมหานคร วิธีการดำเนินงาน : ทดสอบการหาความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ของยา cefixime และ ceftriaxone โดยวิธี E-test บนอาหารเลี้ยงเชื้อ selective media ผลการศึกษา : ผู้ป่วยรายแรกเป็นผู้ป่วยเพศชาย มาโรงพยาบาลด้วยปัญหาปัสสาวะแสบและมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยรายที่สองเป็นเพศหญิง ซึ่งเป็นคู่เพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยรายแรก ไม่มีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยรายที่สามเป็นชายรักชาย มาโรงพยาบาลด้วยผื่น ไม่มีอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ ผลเพาะเชื้อจากผู้ป่วยทั้งสามราย พบเชื้อ N. gonorrhoeae ?-lactamase negative ค่า MICs ของ cefixime อยู่ในช่วงระหว่าง 0.064-0.125 ?g/ml ค่า MICs ของ ceftriaxone ได้แก่ 0.064 ?g/ml ผู้ป่วยทั้งสามรายหลังได้รับการรักษาหายเป็นปกติ และตรวจไม่พบเชื้อ วิจารณ์ : จากรายงานผู้ป่วยทั้งสามราย พบว่า เชื้อ N. gonorrhoeae ยังมีความไวต่อยา cefixime และ ceftriaxone แต่พบการเพิ่มขึ้นของระดับค่า MICs ของยาทั้งสองชนิด ดังนั้นหากพบผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามแนวทางการรักษาโรคหนองใน แพทย์ควรพิจารณาส่งสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยเพื่อตรวจค่า MICs ต่อยากลุ่ม cephalosporin
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ