|
ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติตนในการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้า ปากของครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมคิด คงอยู่ |
| Title | ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติตนในการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้า ปากของครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก |
| Contributor | เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย, พรรณราย สมิตสุวรรณ, สมนึก เลิศสุโภชวณิชย์, ปรารถนา สุขเกษม |
| Publisher | สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 42 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 94-107 |
| Keyword | โรคมือเท้าปาก, ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติตน, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่อยู่รวมกันในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล หากจะควบคุมและลดการแพร่ระบาดของโรคนี้ จำเป็นจะต้องมีการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้เป็นพิเศษ เพื่อที่จะสามารถตรวจจับการระบาดของโรคได้อย่างท่วงที การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และระดับความรู้เจตคติ และการปฏิบัติตนของครูผู้ดูแลเด็กในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคมือ เท้า ปาก กลุ่มตัวอย่างศึกษาคือ ครูผู้ดูแลเด็กที่มีหน้าที่หลักในการดูแลเด็กหรือเป็นครูผู้ช่วย จำนวน 487 คน จากศูนย์เด็กเล็ก 287 แห่งใน 10 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรค โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนเพื่อเลือกศูนย์เด็กเล็กในแต่ละจังหวัด และใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive method) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาของแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยข้อคำถาม 3 ด้าน คือ ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติตนในการป้องกันควบคุมโรคมือ เท้า ปาก ของครูผู้ดูแลเด็ก ผลการศึกษาพบว่า ครูผู้ดูแลเด็กมีความรู้อยู่ในระดับสูง ด้านเจตคติระดับปานกลาง และด้านการปฏิบัติตนอยู่ในระดับสูง ค่าเฉลี่ยความรู้และการปฏิบัติตนของครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการและผ่านเกณฑ์ จะมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการหรือไม่เคยผ่านเกณฑ์ โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.0001 และ 0.03 ตามลำดับ) ส่วนค่าเฉลี่ยเจตคติพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในแต่ละประเภทของศูนย์เด็กเล็ก ความรู้มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับเจตคติอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.0001) อย่างไรก็ตาม ความรู้และเจตคติไม่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดกิจกรรมเสริมความรู้เพื่อยกระดับและปรับเปลี่ยนเจตคติที่ดีให้กับครูผู้ดูแลเด็ก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดและกระตุ้นให้ครูผู้แลเด็กสามารถแสดงพฤติกรรมในการป้องกันและควบคุมโรคในทางบวกได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันควรส่งเสริมให้ศูนย์เด็กเล็กที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการได้เข้าร่วมโครงการ ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค กรมควบคุมโรค ให้ครบทุกแห่ง ซึ่งจะช่วยให้ศูนย์เหล่านี้มีแนวปฏิบัติในการดำเนินงานศูนย์เด็กเล็กที่ได้มาตรฐานถูกต้องและชัดเจน รวมถึงยังสามารถจัดการกับปัญหาโรคติดต่อได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม |