|
รูปแบบการประยุกต์ใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข เพื่อควบคุมการระบาดโรคคอตีบในจังหวัดเลย ปี พ.ศ. 2555 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชื่นพันธ์ วิริยะวิภาต |
| Title | รูปแบบการประยุกต์ใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข เพื่อควบคุมการระบาดโรคคอตีบในจังหวัดเลย ปี พ.ศ. 2555 |
| Contributor | ศศิธร ตั้งสวัสดิ์, วันทนา กลางบุรัมย์, กิตติพิชญ์ จันที |
| Publisher | สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 42 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 229-242 |
| Keyword | ระบบบัญชาการเหตุการณ์, ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข, การระบาด, โรคคอตีบ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการประยุกต์ใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขในการควบคุมการระบาดโรคคอตีบ และศึกษารูปแบบการระบาดของโรคคอตีบในพื้นที่จังหวัดเลย ปี พ.ศ. 2555 โดยการศึกษาแบบผสานวิธี (mixed methods) ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนที่ 1 เป็นการ ศึกษาเชิงปริมาณ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากผู้ป่วยและผู้สัมผัสโรคคอตีบทุกคนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเลย ปี พ.ศ. 2555 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบสวนโรค และแบบรายงานของสำนักระบาดวิทยา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า การระบาดของโรคคอตีบครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 พบผู้ป่วยยืนยันโรคคอตีบ จำนวน 27 ราย เสียชีวิต 2 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 4.35 ต่อประชากรแสนคน อัตราตาย 0.32 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยตายคิดเป็นร้อยละ 7.41 ผู้ป่วยกระจายอยู่ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านซ้าย 19 ราย อำเภอวังสะพุง 5 ราย อำเภอผาขาว 2 ราย และอำเภอภูหลวง 1 ราย กระจายใน 13 ตำบล พบผู้ป่วยสูงสุดที่ตำบลศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง รองลงมาคือ ตำบลกกสะทอน และตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย ขั้นตอนที่ 2 เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ ทีม SRRT ทุกระดับ และ อสม. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคคอตีบ เครื่องมือที่ใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานเมื่อพบผู้ป่วยสงสัยโรคคอตีบและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และแบบบันทึกข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบที่สร้างขึ้นครั้งนี้ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ (1) primary prevention & communication (2) investigation, lab diagnosis, surveillance (3) clinical care and mop up (4) back up และใช้ 6 มาตรการหลักในการดำเนินงาน ได้แก่ (1) การประสานสั่งการ (2) การเฝ้าระวังและสอบสวนโรคคอตีบ (3) การดูแลผู้ป่วย ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และพาหะ (4) การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (5) การเตรียมความพร้อมทางด้านเวชภัณฑ์ (6) การสื่อสารประชาสัมพันธ์ มีการแบ่งระบบบัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเขตบริการสุขภาพ เขตจังหวัด และอำเภอ |