|
สารตะกั่ว: ผลกระทบต่อสุขภาพจากอาชีพและสิงแวดล้อม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อรพันธ์ อันติมานนท์ |
| Title | สารตะกั่ว: ผลกระทบต่อสุขภาพจากอาชีพและสิงแวดล้อม |
| Contributor | วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒนวงศ์, |
| Publisher | สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 40 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 1-28 |
| Keyword | การสัมผัสสารตะกั่วจากการประกอบอาชีพ, การสัมผัสสารตะกั่วจากสิ่งแวดล้อม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | สารตะกั่วหรือโลหะตะกั่ว มีสีเทา อ่อนตัวสูง สามารถทำเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ ทนทานต่อการกัดกร่อน ผสมเข้ากับโลหะอื่นๆ ได้ง่าย โดยการปนเปื้อนสารตะกั่วมาจาก 2 แหล่งใหญ่ ได้แก่ ที่มีอยู่ในธรรมชาติและที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งได้แก่ การประกอบอุตสาหกรรมต่างๆ โดยอุตสาหกรรมที่มีการนำสารตะกั่วมาใช้งาน เช่น การหลอมโลหะ การผลิตแบตเตอรี่ และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ก่อสร้าง ผลิต และซ่อมรถยนต์ ผลิตเซรามิก ซ่อมและผลิตเรือไม้ ผลิตกระสุนปืน ฯลฯ การนำตะกั่วมาใช้งาน ทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น ดิน ฝุ่น อากาศ น้ำผิวดิน น้ำดื่ม และอาหาร โดยตะกั่วในดินนั้นปริมาณค่อนข้างคงที่ เนื่องจากมีการเคลื่อนตัวได้น้อย จะพบสูงสุดบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมที่มีการใช้ตะกั่ว และจะมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ เมื่ออยู่ห่างจากแหล่งอุตสาหกรรมเหล่านี้ออกไป สำหรับการปนเปื้อนของตะกั่วในฝุ่น โดยเฉพาะในฝุ่นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากดิน ตะกั่วในบรรยากาศ และการติดตามเสื้อผ้า ร่างกาย เครื่องมือ ของสมาชิกในบ้านที่ทำงานสัมผัสสารตะกั่ว ทำให้เกิดการปนเปื้อนในบ้าน สำหรับการปนเปื้อนของตะกั่วในอากาศ น้ำผิวดิน น้ำดื่ม ปัจจุบันพบปริมาณน้อย หลังจากมีการลด/เลิกการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว ทำให้ปริมาณการปนเปื้อนตะกั่วในบรรยากาศ น้ำผิวดิน ดิน และในอาหารลดลงด้วย คุณสมบัติของสารตะกั่วที่ละลายน้ำได้น้อย ทำให้พบเป็นปริมาณน้อยในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถพบตะกั่วในน้ำและในตะกอนดินในปริมาณที่สูงได้ โดยเฉพาะในแหล่งที่มีการปนเปื้อนตะกั่วจากการทำเหมืองแร่ สำหรับตะกั่วในน้ำดื่ม หลังจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ท่อน้ำที่ทำจากสารอื่นทดแทน ทำให้ปริมาณตะกั่วในน้ำดื่มส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สารตะกั่วเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะมีผลต่อระบบในร่างกายหลายระบบ ซึ่งระบบที่สำคัญ ได้แก่ ระบบประสาท ทั้งระบบประสาทส่วนกลางและรอบส่วนกลาง โดยเฉพาะในเด็กเล็กจะส่งผลกระทบต่อสมอง ทำให้พัฒนาการและการเรียนรู้ลดลง สำหรับในผู้ใหญ่นั้นอาจจะทำให้เกิดภาวะซีด มีผลต่อท่อไต เกิดความดันโลหิตสูง ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ เป็นต้น หน่วยงานที่ดูแลทางด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้เพื่อควบคุมการสัมผัสสารตะกั่ว โดยการกำหนดกลุ่มเสี่ยง สำหรับกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรก ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่ทำงานสัมผัสสารตะกั่ว ซึ่งต้องได้รับการเฝ้าระวังทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านสุขภาพ และการทำงานที่สัมผัสสารตะกั่ว หากไม่มีการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือซักล้างทำความสะอาด เสื้อผ้าก่อนกลับบ้าน ตะกั่วจะถูกนำจากที่ทำงานไปที่บ้าน เกิดการปนเปื้อนบริเวณต่างๆ ภายในบ้าน สมาชิกครอบครัวของผู้ที่ทำงานสัมผัสสารตะกั่วเหล่านี้จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มหนึ่ง สมาชิกในบ้านจะสัมผัสและรับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีพฤติกรรมการเล่นบนพื้น และพฤติกรรมที่ชอบหยิบจับสิ่งของเข้าปาก สำหรับแนวทางในการลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารตะกั่ว กลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่มจะต้องได้รับการเฝ้าระวัง ทั้งสิ่งคุกคามและเฝ้าระวังสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การควบคุมป้องกันการเกิดโรคพิษตะกั่วอย่างมีประสิทธิภาพ |