|
การประเมินผลการนำนโยบายมาตรการควบคุมโรคสิคุนกุนยาสู่การปฏิบติในชุมชนกรณีศึกษา: อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสงขลา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ยอร์น จิระนคร |
| Title | การประเมินผลการนำนโยบายมาตรการควบคุมโรคสิคุนกุนยาสู่การปฏิบติในชุมชนกรณีศึกษา: อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสงขลา |
| Contributor | ทัศนิย์ พงศ์ไพบูลย์ |
| Publisher | สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข |
| Publication Year | 2556 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 39 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 334-344 |
| Keyword | มาตรการควบคุมโรคชิคุนกุนยา, อาสาสมัครสาธารฌสุข |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการกำหนดนโยบาย มาตรการการควบคุมโรคชิคุนกุนยา ไปสู่การปฏิบัติของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยใช้รูปแบบของซิปป์ (CIPP model) ในมุมมอง 4 ด้าน คอ ด้านสภาวะแวดด้อม ด้านปัจจัยเบื้องด้น ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต ศึกษาใน อสม. ของอำเภอเทพา จะนะ นาทวี และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน 4,570 คน สุ่มแบบหลายขั้นตอนได้ขนาดตัวอย่าง จำนวน 368 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามซึ่งได้รับการทดสอบความเชื่อมั่น และนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 40-49 ปี ระดับการศึกษาอยู่ช่วงชั้นประถมศึกษา มีประสบการณ์เป็น อสม.ประจำหมู่บ้านน้อยกว่า 10 ปี และหลังคาเรือนรับผิดชอบเฉลี่ย 10-19 หลังคาเรือน สภาวะแวดล้อมของการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ มีความเห็นว่า นโยบายสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ความต้องการของชุมชนระดับดี ปัจจัยเบื้องด้นพบว่า ปัจจัย สนับสมุนโดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง เช่น การสนับสมุนงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ การเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้อง และความรู้แนวทางการควบคุมโรคของผู้นำชุมชนอยู่ในระดับปานกลาง ด้านกระบวนการปฏิบัติพบว่า การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของ อสม. อยู่ในระดับมาก การปฏิบัติกิจกรรม ตามมาตรการควบคุมโรคชิคุนกุนยาในพื่นที่ที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยหรือเคยมีผู้ป่วยพบว่า อยู่ในระดับมาก แต่ในขณะที่ อสม. ในพื่นที่ที่มีผู้ป่วยภายใน 2 ลัปดาห์พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีปัญหาการขาดแคลนเครื่องพ่นและสารเคมี การใช้มาตรการด้านกฎหมายในการควบคุมโรค การประเมินผลผลิตของ อสม. ในชุมชนพบว่า กิจกรรมค้นหา ผู้ป่วยเชิงรุกพบมากถึงร้อยละ 75.9 การสำรวจค่า House index = 0.20-9.61 ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด หลังดำเนินการฯ ทำให้ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 79.6 การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอาสาสมัครสาธารณสุข นั้นสามารถดำเนินการเฝ้าระวังเชิงรุกและควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี และหากมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และมีมาตรการที่ง่าย ก็สามารถที่จะพัฒนาให้ อสม. เป็นแกนนำในการเฝ้าระวังโรคและป้องกันควบคุมโรค ในระดับชุมชน เพื่อเตรียมพร้อมรับการระบาดของโรคอุบัติใหม่ได้ในอนาคต |