|
การป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อโดยยึดชุมชนเป็นฐานในประเทศไทย(พ.ศ. 2547-2552) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เพชราภรณ์ สมบูรณ์บูรณะ |
| Title | การป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อโดยยึดชุมชนเป็นฐานในประเทศไทย(พ.ศ. 2547-2552) |
| Contributor | - |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2554 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 37 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 83-92 |
| Keyword | โรคไม่ติดต่อ, ฐานชุมชน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อโดยยึดชุมชนเป็นฐานของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2552 มีการทบทวนข้อมูลจากเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์โดยใช้แนวคิดและบทเรียนจากประสบการณ์การดำเนินงานของต่างประเทศ ผลจากการศึกษาพบว่า การป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อโดยยึดชุมชนเป็นฐานของไทยในช่วงปี พ.ศ. 2547-2552 ทำให้ 1) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงและได้รับบริการคัดกรองโรคและปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งได้รับความรู้และแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อมากขึ้น 2) ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้รับทราบนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงาน มีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบ วางแผนการดำเนินงานปรับกระบวนทัศน์ เน้นป้องกันเชิงรุก และนำสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับปัญหาและบริบทของพื้นที่มากขึ้น 3) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์การดำเนินงานในระดับชุมชนทุกภูมิภาคของประเทศ 4) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ในชุมชนยังไม่สามารถวัดได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการดำเนินงานในแต่ละปีมีระยะเวลาน้อยเกินไป เมื่อพิจารณา เปรียบเทียบกับการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยยึดชุมชนเป็นฐานของต่างประเทศ พบว่า มีความแตกต่างกัน ในด้าน 1) กระบวนการออกแบบและพัฒนาโครงการ 2) ระดับการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการดำเนินงาน 3) ความต่อเนื่องเชื่อมโยงและระยะเวลาในการดำเนินงาน และ 4) ระบบการติดตามประเมินผล พบว่าทุกประเด็นในต่างประเทศ มีระดับความเข้มข้นและต่อเนื่องมากกว่า จึงมีข้อเสนอแนะว่า ลำดับความสำคัญของการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อให้เป็นวาระสำคัญที่มีนโยบายและแผนงานรองรับในระดับชุมชน มีการพัฒนารูปแบบความร่วมมือของเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่นให้มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งมีปรับระยะเวลาและรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และบริบทของแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับวิถีชีวิตและปฏิทินชุมชน นอกจากนี้สนับสนุนการศึกษา พัฒนาจากงานประจำ (Routine to Research ) รวมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศและการติดตามประเมินผลเพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานต่อไป |