|
การพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์โรคปอดบวมในเด็ก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมนึก เลิศสุโภชวณิชย์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์โรคปอดบวมในเด็ก |
| Contributor | อมรา บาลยอ, อาจารี อิงคะวณิช, สุนันทา สีโท |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2552 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 35 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 187-194 |
| Keyword | การประชาสัมพันธ์, สื่อมวลชนวิทยุ, โรคปอดบวมในเด็ก |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | โรคปอดบวมเป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข เนื่องจากอัตราป่วยและอัตราตายยังคงสูงในบางพื้นที่ จากการประเมินผลในชุมชนที่ผ่านมา พบว่า พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กมีความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคและการดูแลลูกที่บ้านต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคหวัดยังสูงอยู่ จึงได้มีการพัฒนาต้นแบบสื่อสำหรับสื่อมวลชนวิทยุ เพื่อใช้ในการเผยแพร่ความรู้ให้กับพ่อแม่ผู้ดูแลเด็กและประชาชน คือ "คู่มือสำหรับวิทยุกระจายเสียง เรื่อง โรคปอดบวมในเด็ก" ซึ่งประกอบด้วยสปอตวิทยุ สารคดีวิทยุ และบทความรู้ พร้อมทั้งมีการทดสอบสื่อคู่มือฯในกรุงเทพมหานครและ 3 จังหวัด ก่อนนำไปใช้จริง ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในงานวันเด็กแห่งชาติและในช่วงฤดูกาลของการเกิดโรค รวมทั้งประเมินผลการดำเนินงาน โดยสำรวจการนำสื่อไปใช้และความพึงพอใจของผู้จัดรายการทางวิทยุ พบว่า ผู้จัดรายการวิทยุส่วนใหญ่ได้นำความรู้เรื่อง "โรคปอดบวมในเด็ก" จากคู่มือฯไปออกอากาศในช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2551 ร้อยละ 98.2 และมีความพึงพอใจต่อคู่มือฯ ร้อยละ 98.2 ส่วนผลสำรวจการรับรู้และพฤติกรรมของพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก และประชาชน พบว่า ผู้ฟังรายการวิทยุส่วนใหญ่รู้จักโรคปอดบวม ร้อยละ 94.7 โดยแหล่งที่รู้จักส่วนใหญ่เป็นสื่อทางวิทยุ ร้อยละ 68.5 พฤติกรรมของผู้ดูแลเด็กเมื่อมีเด็กป่วยที่คิดว่าเป็นโรคปอดบวมจะพาไปพบแพทย์ หรือคลินิก หรือโรงพยาบาล ร้อยละ 100.0 และผู้ฟังรายการวิทยุที่รู้จักโรคปอดบวมส่วนใหญ่จะนำความรู้เรื่องโรคปอดบวมไปพูดคุยกับคนในครอบครัว หรือเพื่อนบ้าน ร้อยละ 98.9จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่า เครือข่ายสื่อมวลชนวิทยุให้ความสนใจและสนับสนุน นำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก และประชาชนได้ตระหนัก รับรู้ และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสม ดังนั้นจึงควรเร่งส่งเสริมการดำเนินงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางวิทยุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีต่อๆไปควรขยายผลการดำเนินงาน โดยลงสู่วิทยุชุมชนทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับเครือข่ายที่จะช่วยรณรงค์และขยายผล เช่น เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายองค์กรเอกชน สถานศึกษา ชมรมแม่บ้าน ชมรมผู้สูงอายุ และเครือข่ายสื่อมวลชน เป็นต้น ควรพิจารณาความเป็นไปได้ของการบูรณาการร่วมกับโรคติดต่ออื่นๆตามฤดูกาลเกิดโรคด้วย |