|
ปัจจัยที่มีผลกับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมชาย เจนลาภวัฒนกุล |
| Title | ปัจจัยที่มีผลกับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม |
| Contributor | วรรณวิภา สะวานนท์ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2551 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 34 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 372-378 |
| Keyword | พฤติกรรมการป้องกัน, ไข้เลือดออก |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมของประชาชนตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษาภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยประชาชน ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำนวน 180 ราย ดำเนินการวิจัยตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2550 ถึงมกราคม 2551 โดยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลบุคคลทั่วไป ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพ สมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อครอบครัว และความรู้ เจตคติ การปฏิบัติตนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา โดยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสมการถดถอย ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงร้อยละ63.3 มีอายุระหว่าง 20ถึง 65 ปี ช่วงอายุพบมากสุดคือ 41 ถึง 50ปี ร้อยละ 37.8 มีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 79.4 วุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 44.4 อาชีพรับจ้างร้อยละ 45.1 มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกร้อยละ 42.8 และมีรายได้เฉลี่ยต่อครอบครัว 55,741 บาทต่อปี ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 46.7 รองลงมา มีความรู้อยู่ในระดับสูงและต่ำร้อยละ 32.2 และ 21.1 ตามลำดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เท่ากับ 7.9 เจตคติต่อโรคไข้เลือดออก พบว่าส่วนใหญ่มีเจตคติบวกต่อโรคไข้เลือดออกร้อยละ 73.4 และเจตคติเป็นกลางร้อยละ 26.6 โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 37.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.7 การปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกพบว่าส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตัวในระดับปานกลาง ร้อยละ 39.1 โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 70.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 15.3 เมื่อเปรียบเทียบลักษณะบุคคลพบว่าอายุการศึกษาระดับประถมศึกษา มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (p-value <0.05) ดังนั้นการป้องกันโรคไข้เลือดออก ควรให้ประชาชนมีความรู้ เจตคติและพฤติกรรมที่ถูกต้องในการป้องกันโรคไข้เลือดออก และจากผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่มีปัญหาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นๆต่อไป |