|
วัณโรคดื้อยาหลายขนานและผลการรักษาด้วยระบบยาระยะสั้นในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ปี พ.ศ. 2550 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อติภา กมลวัทน์ |
| Title | วัณโรคดื้อยาหลายขนานและผลการรักษาด้วยระบบยาระยะสั้นในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ปี พ.ศ. 2550 |
| Contributor | นาตยา พันธุ์รอด |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2551 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 34 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 204-214 |
| Keyword | วัณโรคดื้อยาหลายขนาน, ผลการรักษาด้วยระบบยาสั้น, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์วัณโรคดื้อยาและปัจจัยที่มีผลต่อการดื้อต่อยาหลายขนาน(MDR-TB) ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รวมทั้งผลการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ด้วยระบบการรักษาด้วยยาระยะสั้น (2HRZE/4HR) เป็น Cross-sectional study โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะบวกที่ขึ้นทะเบียนที่โรงพยาบาลมหาราช และได้ส่งเสมหะเพื่อทดสอบความไวต่อยาวัณโรคและได้รับการรักษาด้วย ระบบยาระยะสั้นรวมทั้งได้รับการให้คำปรึกษาเพื่อเจาะเลือดตรวจ HIV ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 30 ธันวาคม 2550 จำนวน 97 ราย เก็บข้อมูลจากทะเบียนรายงานผลการตรวจเสมหะและผลการทดสอบความไวต่อยาวัณโรค ข้อมูลประวัติการรักษาจาก treatment card ของผู้ป่วยวัณโรคแต่ละราย วิเคราะห์ทางสถิติ โดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คำนวณความชุกอัตราดื้อยาและเชื้อวัณโรคโดยใช้ร้อยละ และศึกษาความสัมพันธ์ของแต่ละปัจจัยต่อการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน (MDR-TB) โดยใช้ Chi - square test และ Odd Ratioผลการศึกษาลักษณะทางประชากร พบว่า เป็นเพศชายร้อยละ 71.1 เพศหญิงร้อยละ 29.9 อยู่ในกลุ่มอายุ 35-44 ปี และ 55-64 ปี มีอายุเฉลี่ย 49.5 ปี S.D.=16.87 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.3 มีประวัติไม่เคยรักษาวัณโรคมาก่อน และเป็นผู้ป่วยใหม่เสมหะบวกมากที่สุด ร้อยละ 77.3 ไม่พบการติดเชื้อ HIV ร้อยละ 82.5 จากการศึกษาอัตราการดื้อยาวัณโรค พบว่ามีการดื้อต่อยาวัณโรคตัวใดตัวหนึ่งหรือมากกว่า(Any Drug Resistance) 16 รายใน 97 ราย คิดเป็น ร้อยละ 16.5 โดยแบ่งเป็นดื้อต่อยา 1 ตัว ร้อยละ 6.2 (6/97) 2 ตัวร้อยละ 4.1 (4/97) 3 ตัวร้อยละ 4.1 (4/97) 4 ตัว ร้อยละ 2.1(2/97) ในจำนวนนี้เป็นการดื้อยาหลายขนาน (MDR-TB) ร้อยละ 7.2 (7/97) โดยเป็นผู้ป่วยเก่าร้อยละ 18.2 (4/22) ผู้ป่วยใหม่ร้อยละ 4 (3/75) ผลการศึกษายังพบว่า ผู้ป่วยที่เคยรักษาวัณโรค(ผู้ป่วยเก่า) มีโอกาสเกิดการดื้อยาหลายขนาน(MDR-TB) มากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เคยรักษาวัณโรคมาก่อน (ผู้ป่วยใหม่)อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR =5.33 , 95% CL 1.09-5.33 p-value=0.05) และพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื้อยาหลายขนานกับผลการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยขาดยาติดต่อกันนาน 2 เดือน เมื่อสิ้นสุดการรักษา และกลุ่มผู้ป่วยล้มเหลวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value=0.0016) แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน (MDR-TB) และผลเสมหะเมื่อสิ้นสุดระยะเข้มข้นสรุปผลการศึกษาครั้งนี้ พบอัตราการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน (MDR-TB) ร้อยละ 4 ในผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่เคยรักษา (ผู้ป่วยใหม่) สูงกว่าการสำรวจการเฝ้าระวังการดื้อยาประเทศไทยในกลุ่มผู้ป่วยใหม่เสมหะบวกครั้งที่ 3 ในปี 2549 ซึ่งพบ ร้อยละ 1.65 และผู้ป่วยวัณโรคที่เคยได้รับการรักษามาก่อน (ผู้ป่วยเก่า) มีโอกาสจะเกิดการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน (MDR-TB) มากกว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่เคยรักษา (ผู้ป่วยใหม่) ผู้ป่วยที่มีผลการรักษาไม่ดี เช่นขาดยาติดต่อกันนาน 2 เดือน เมื่อสิ้นสุดการรักษาและกลุ่มผู้ป่วยล้มเหลว เมื่อสิ้นสุดการรักษาก็มีโอกาสเกิดการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน (MDR-TB) ดังนั้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่และอยู่ในเขตเมืองควรให้การรักษาวัณโรค ตามแนวทางมาตรฐานสากล (International Standards Tuberculosis Care) รวมทั้งดำเนินการเฝ้าระวังปัญหาวัณโรคดื้อยาในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ด้วย |