การประเมินคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ด้วยโปรแกรม HIVQUAL-T สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี
รหัสดีโอไอ
Creator สุรศักดิ์ เกษมศิริ
Title การประเมินคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ด้วยโปรแกรม HIVQUAL-T สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี
Contributor -
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2551
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 34
Journal No. 2
Page no. 173-180
Keyword การประเมินคุณภาพ, ผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์, โปรแกรม HIVQUAL-T
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ ด้วยโปรแกรม HIVQUAL-T (HIV Quality of Care Program-Thailand) และศึกษาประสิทธิผลของการใช้โปรแกรม ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี ประชากรแบ่งเป็น 2 กลุ่ม 1) กลุ่มประเมินคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย เป็นโรงพยาบาลทุกแห่งที่ส่งข้อมูลในปี 2549 และ 2550 และ 2) กลุ่มประเมินประสิทธิผลการใช้โปรแกรม เป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ 8 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือการวิจัย มี 2 ชนิด ได้แก่ แบบรายงานจากโปรแกรม HIVQUAL-T และ แบบสัมภาษณ์ ตัวชี้วัดที่ประเมินมี 10 ตัวชี้วัด ข้อมูลวิเคราะห์โดยหาร้อยละ ค่าเฉลี่ยร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า1) การประเมินคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์จากโปรแกรม HIVQUAL-T ภาพรวมการดำเนินงานใน 10 ตัวชี้วัด พบว่า ค่าเฉลี่ยร้อยละของการดูแลรักษาผู้ป่วยปี 2549 ต่ำกว่า ปี 2550 โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละเท่ากับ 71.67 และ 79.40 เมื่อเปรียบเทียบการดำเนินงานในปี 2550 กับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนพบว่า มีการปฏิบัติงานผ่านเกณฑ์ 7 ตัวชี้วัด ได้แก่ ร้อยละ ของผู้ป่วยที่ตรวจ CD4 (Cluster of Differentiation 4) อย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ประเมิน ร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัส และได้รับ การตรวจ VL (Viral Load) อย่างน้อย 1 ครั้ง ร้อยละของผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้และได้รับยาป้องกันโรคปอดอักเสบ (PCP: Pneumocystis pneumonia) ร้อยละของผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้และได้รับยาป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับการติดตาม Adherence ทุกครั้ง ร้อยละของผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติ/กำลังรักษา TB (Tuberculosis) ได้รับการคัดกรองวัณโรค และร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูล/คำปรึกษาเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ทั้งนี้ มี 3 ตัวชี้วัดที่ดำเนินการได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ได้แก่ ร้อยละของผู้ป่วยที่ตรวจ CD4 อย่างน้อย 2 ครั้งในปีที่ประเมิน ร้อยละของผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รับยาได้รับยาและร้อยละของผู้ป่วยหญิงที่ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก (Papanicolaou smear)2) ผลการประเมินประสิทธิผลการใช้โปรแกรม HIVQUAL-T ก่อนนำโปรแกรมมาใช้พบว่า โรงพยาบาลส่วนใหญ่ดูแลรักษาผู้ป่วยตามเกณฑ์มาตรฐานการดูแลผู้ป่วย ไม่มีการกำหนดตัวชี้วัดในการดูแลรักษา ตลอดจนเป้าหมายการดำเนินงาน และระบบการประเมินคุณภาพการดูแลรักษา การให้บริการที่ชัดเจน และการนำผลมาพัฒนาการให้บริการ และพบว่าสิ่งที่มีผลต่อการให้การดูแลรักษาผู้ป่วย คือ นโยบายหรือการให้ความสำคัญของผู้บริหาร หลังการนำโปรแกรมมาใช้ พบว่า มีข้อดี คือ ทำให้มีระบบการ ดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทราบคุณภาพการบริการ ศักยภาพในการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย ส่วนข้อเสียหรือข้อจำกัด พบว่าเกิดจากตัวโปรแกรม แบบบันทึกข้อมูล บุคลากร และวิธีการดำเนินงาน ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญและพัฒนาต่อไป คือ การตรวจ PAP smear ในผู้ป่วยหญิง การตรวจ Viral load ในผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัส และการตรวจ CD4 2 ครั้งต่อปี เนื่องจากดำเนินการไม่ผ่านเกณฑ์ตามแผนที่กำหนดไว้ และมีร้อยละการดำเนินงานที่ค่อนข้างต่ำ
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ