การเข้าถึงถุงยางอนามัยผ่านเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยแบบหยอดเหรียญในประเทศไทย: พัฒนาการและการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนและประชาชน
รหัสดีโอไอ
Creator ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์
Title การเข้าถึงถุงยางอนามัยผ่านเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยแบบหยอดเหรียญในประเทศไทย: พัฒนาการและการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนและประชาชน
Contributor สมบัติ แทนประเสริฐสุข, นุชนารถ แก้วดำเกิง, วินิดา ชวนางกูร
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2551
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 34
Journal No. 2
Page no. 132-144
Keyword การเข้าถึงถุงยางอนามัย, เครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยแบบหยอดเหรียญ, การมีส่วนร่วมของชุมชน
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract ปัจจุบันแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์แบบฉาบฉวยโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้มีรายงานการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีด้วยการเข้าถึงถุงยางอนามัยในประชากรกลุ่มนี้เป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากมีราคาแพง และความอายที่จะซื้อกรมควบคุมโรคจึงได้จัดทำโครงการ 2 โครงการ โดยกิจกรรมส่วนหนึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาการเข้าถึงถุงยางอนามัยผ่านเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยแบบหยอดเหรียญ (เครื่องฯ) ในระดับชาติ กิจกรรมการพัฒนานี้เริ่มต้นในปี 2547 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล และสังเคราะห์องค์ความรู้จากการพัฒนา และเพื่อบันทึกผลที่เกิดขึ้น และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในระยะต่อไปข้อมูลถูกรวบรวมจากรายงานของจังหวัด การนิเทศงาน การประชุมกับผู้เกี่ยวข้อง การสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ การสำรวจในเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ผู้ผลิต/นำเข้าเครื่องฯ และการทบทวนรายงานการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า ขั้นตอนการดำเนินงานแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ การเตรียมการ การดำเนินงาน และการขยายผล โดยมีผลการดำเนินงานแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้(1) ด้านการขยายตัวของจำนวนเครื่องฯ พบว่า ก่อนปี 2547 มีเครื่องฯ อยู่จำนวนไม่มากนัก แต่หลังเริ่มต้นโครงการจนถึงปี 2550 มีเครื่องฯ ติดตั้งรวม 7,967 เครื่อง โดยเป็นเครื่อง ฯ ที่เป็นผลทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการพัฒนา ราคาถุงยางอนามัยที่จำหน่ายผ่านเครื่องฯ คือ 5-10 บาท/2-3 ชิ้น(2) ด้านพัฒนาการรูปแบบเครื่อง ฯ พบว่า ในระยะแรก เครื่องฯ เป็นเครื่องฯ ที่นำเข้า ทำด้วยพลาสติก ใช้กลไกซึ่งไม่ใช้ไฟฟ้า ต่อมามีเครื่องฯ หลายรูปแบบที่ถูกพัฒนาขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเครื่องฯ ที่ทำด้วยเหล็ก ผลิตในประเทศ บรรจุกล่องถุงยางอนามัยได้มากขึ้น (96 กล่อง/เครื่อง) บรรจุได้หลายขนาด มีกลไกการทำงานให้เลือกทั้งแบบที่ใช้ไฟฟ้า และไม่ใช้ไฟฟ้า(3) ด้านการพัฒนาระบบงานและรูปแบบการบริหารจัดการ พบว่า รูปแบบการบริหารจัดการเครื่องฯ มี 4 รูปแบบ คือ 1) บริหารจัดการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2) โดยชุมชน 3) โดยองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ และ 4) ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและชุมชน(4) ด้านการติดตามประเมินผล จากการประเมินผลในปี 2548 และ 2549 พบว่า ในเขตอำเภอเมือง ค่ามัธยฐานจำนวนถุงยางอนามัยที่จำหน่ายผ่านเครื่องฯ เท่ากับ 46.5 และ 31.0 ชิ้น/เครื่อง-เดือน และในเขตชนบทเท่ากับ 40.0 และ 32.5 ชิ้น/เครื่อง-เดือน สถานที่ติดตั้งเครื่องฯ ที่เหมาะสมคือ โรงแรม หอพัก โรงพยาบาล สถานีอนามัย ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ จากการสำรวจผู้ใช้บริการ พบว่า มีความพึงพอใจในการใช้บริการจากเครื่องฯ ร้อยละ 89.8ปัญหาอุปสรรคที่พบ คือสถานที่ติดตั้งเครื่องฯไม่เหมาะสม เครื่องฯ ถูกขโมย การบริการหลังการขายไม่น่าพอใจ และปัญหาการบริหารจัดการเครื่องฯ การศึกษานี้แสดงถึงความสำเร็จในการเข้าถึงถุงยางอนามัยผ่านเครื่องฯ ทำให้มีการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น และแนวโน้มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เริ่มลดลง ในระยะต่อไปควรสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการเครื่องฯ ยั่งยืน และควรมีการติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ