การพัฒนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตัวบุคคลเพื่อลดความซ้ำซ้อน ในการติดต่อราชการไทยยุคใหม่
รหัสดีโอไอ
Creator วัฒนะชัย สืบศิริบุษย์
Title การพัฒนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตัวบุคคลเพื่อลดความซ้ำซ้อน ในการติดต่อราชการไทยยุคใหม่
Contributor สืบพงษ์ สุขสม
Publisher มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
Publication Year 2564
Journal Title วารสารวิชาการธรรมทรรศน์
Journal Vol. 21
Journal No. 4
Page no. 143-154
Keyword การพัฒนา, การลดความซ้ำซ้อน, บัตรอิเล็กทรอนิกส์, ราชการไทยยุคใหม่
URL Website https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/
ISSN 2697-6676
Abstract การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ และหาแนวทางการพัฒนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตัวบุคคล เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แบบคำถามสัมภาษณ์เชิงลึก โดยเลือกผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้บริหารหรือผู้แทนของหน่วยงานส่วนกลาง 5 หน่วยงาน 5 ท่าน กลุ่มที่ 2 ผู้บริหาร หรือผู้แทนส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา 5 หน่วยงาน 10 ท่าน และกลุ่มที่ 3 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา โดยการสนทนากลุ่มด้วยวิธีไลน์กลุ่ม จำนวน 5 กลุ่ม จำนวน 20 คน รวมผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด 35 คน สำหรับเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบกึ่งโครงสร้างและวิเคราะห์ข้อมูล โดยการตีความสร้างข้อสรุปผลการวิจัยพบว่า1. สภาพปัญหาด้านมิติกฎหมาย ด้านมิติเศรษฐกิจ และด้านมิติสังคม โดยภาพรวมทุกมิติ พบว่า ระบบเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลมีความล้าหลังและต้นทุนของบัตรมีราคาสูง2. การวิเคราะห์พบว่าเป้าหมายหลักที่จะนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกบัตรประจำตัวประชาชนอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งระบบเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของบัตรให้ทันสมัย และเพื่อเป็นการปรับปรุงระบบการให้บริการประชาชน3. แนวทางและข้อเสนอแนะ โดยการควบคุมกำเพื่อออกบัตรของแต่ละหน่วยงานราชการใช้แถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลผู้ถือบัตร และควบคุมรหัสการออกบัตร ผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ประชาชนที่มาทำบัตรรอรับการบริการได้ทันที
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ