ความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อปรสิตในเลือดไก่หลังบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
รหัสดีโอไอ
Creator 1. พัชราภรณ์ ทาแกง
2. สุรชัย พิกุลแก้ว
3. ณัฐกานต์ อวัยวานนท์
4. สุรีรัตน์ หนูมี
Title ความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อปรสิตในเลือดไก่หลังบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
Publisher คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Publication Year 2560
Journal Title เชียงใหม่สัตวแพทยสาร
Journal Vol. 15
Journal No. 3
Page no. 157-167
Keyword ปรสิตในเลือดไก่, ไก่หลังบ้าน, ลิวโคไซโตซูน
ISSN 1685-9502 (print) 2465-4605 (online)
Abstract ปรสิตที่พบในเลือดไก่เป็นหนึ่งในโรคที่มีความสำคัญเป็นสาเหตุของการสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจ และส่งผลต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการติดเชื้อปรสิตในเลือดของไก่หลังบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่การทดลองนี้ทำการเก็บตัวอย่าง 856 ตัวอย่างจากเลือดไก่หลังบ้าน ในพื้นที่ 15อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ นำเลือดมาป้ายสไลด์ย้อมสไลด์ด้วยสี Giemsa วิเคราะห์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ นอกจากนี้ได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อสัมภาษณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่หลังบ้าน ผลการศึกษาพบความชุกของปรสิตในเลือดไก่หลังบ้านร้อยละ 73.95 (633/856) และไก่ทุกตัวไม่แสดงอาการป่วย อุบัติการณ์ดังกล่าวพบมากในพื้นที่อำเภอแม่แตงและอมก๋อยผลการศึกษาพบปรสิตในเลือดไก่หลังบ้าน 3ชนิด ได้แก่ Leucocytozoon sabrazesi ร้อยละ 72.66, Leucocytozoon caulleryi ร้อยละ 0.47และMicrofilaria ร้อยละ 4.56 โดยสามารถพบการติดเชื้อปรสิตร่วมในเลือดไก่หลังบ้านมากกว่าหนึ่งชนิดในไก่ตัวเดียวกัน พบร้อยละ 4.67 นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการติดเชื้อปรสิตในเลือดของไก่หลังบ้านมีความสัมพันธ์กับปัจจัยฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โดยผลรวมค่าความชุกของการติดเชื้อช่วงฤดูร้อนพบร้อยละ 78.57 ในขณะที่การติดเชื้อช่วงฤดูฝนพบร้อยละ 68.52 สรุปได้ว่าการติดเชื้อปรสิตในเลือดของไก่หลังบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบการติดเชื้อสูง ดังนั้นเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการวางแผนควบคุมและเฝ้าระวังการเกิดโรคระบาดในช่วงเวลาที่เหมาะสม การให้ความรู้
เชียงใหม่สัตวแพทยสาร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ