วัฏฏะสงสารในพระพุทธศาสนามหายานกับการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน
รหัสดีโอไอ
Creator ภัสสรรัชต์ กฤษณะโลม
Title วัฏฏะสงสารในพระพุทธศาสนามหายานกับการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน
Publisher ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม
Publication Year 2564
Journal Title พุทธมัคค์
Journal Vol. 6
Journal No. 2
Page no. 87-96
Keyword วัฏสงสาร, วัชรปรัชญาปารมิตา, มรรคา
URL Website https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/246302
Website title Thai Journal Online
ISSN 2630-0788
Abstract บทความฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัฏฏะสงสารในพระพุทธศาสนามหายานกับการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน พบว่า วัฏฏะสงสารในพระพุทธศาสนามหายานนั้น กล่าวถึง สิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เวียนตายเวียนเกิด คือเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดใหม่ แล้วตายอีก แล้วเกิดใหม่อีก วนเวียนอยู่อย่างนี้อย่างไม่มีวันจบสิ้น นี่คือการท่องเที่ยวไปเป็นวงกลม ปรากฎในพระสูตรวัชรปรัชญาปารมิตา โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตนเพื่อให้หลุดพ้นวงกลมของวัฏสงสาร การพัฒนาทางลักษณะจิตใจของพระโพธิสัตว์ที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเพราะธรรมะที่บำเพ็ญควบคู่กันไปเสมอ ลักษณะของภูมิจึงคล้ายกับการอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า "วิหาร" และคล้ายกับทางบำเพ็ญธรรมะในพุทธศาสนามหายานที่เรียกว่า "มรรคา" หรือหนทางแห่งมรรค เป็นที่ชำระจิตใจตนเองจนได้บรรลุความหลุดพ้น ส่วนการปฏิบัติธรรม คือการเมตตาต่อผู้อื่นก็เช่นกัน ให้ผลดีต่อคุณภาพชีวิตอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงการขจัดความโกรธและความพยาบาทออกจากจิตใจ ช่วยบรรเทาความเครียด และมีชีวิตอย่างผาสุก ผลลัพธ์คือบุคลิกภาพอันสงบเยือกเย็นของผู้มีคุณธรรมข้อนี้ แต่มหายานได้ทำให้คุณธรรมข้อนี้มีลักษณะทางสังคม ด้วยหลักมหากรุณา ได้ ฉะนั้น หลักบารมีธรรมของพระโพธิสัตว์จึงเป็นหลักเชื่อมวิถีชีวิตแบบฆราวาส และแบบบรรพชิตเข้าด้วยกัน และทำให้พระพุทธศาสนาไม่เป็นกิจกรรมของบรรพชิตแต่อย่างเดียว แต่เป็นของฆราวาสด้วย ตัวอย่างนี้สามารถหาดูได้จากมหายานในจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวันในปัจจุบัน หรือในประเทศไทย เช่นกิจกรรมขององค์กรการกุศลของชาวไทยเชื้อสายจีน เช่นมูลนิธิร่วมกตัญญูและป่อเต็กตึ๊ง
ศูนย์วิจัยธรรมศึกษาวัดอาวุธวิกสิตาราม

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ